posttoday
ป.ป.ช.ส่งสนช.ถอดถอน 250 อดีตสส.250

ป.ป.ช.ส่งสนช.ถอดถอน 250 อดีตสส.250

12 มีนาคม 2558

ป.ป.ช.ส่งสนช.ถอดถอนอดีตสส.250คน ฐานแก้รัฐธรรมนูญ50มิชอบ ดำเนินคดีอาญา 3 อดีตสส.เพื่อไทย ไม่ติดใจสนช.ปล่อยอดีตสว.38ราย

ป.ป.ช.ส่งสนช.ถอดถอนอดีตสส.250คน ฐานแก้รัฐธรรมนูญ50มิชอบ ดำเนินคดีอาญา 3 อดีตสส.เพื่อไทย  ไม่ติดใจสนช.ปล่อยอดีตสว.38ราย

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง ชี้มูลความผิดอดีตสส.จำนวน 250 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอและลงมติเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550เกี่ยวกับที่มาของสว. โดยผู้ถูกกล่าหาทั้งหมดมีความผิดฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 มาตรา 291 (1) ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ทางป.ป.ช.จะส่งรายงานการพิจารณาและความเห็นส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน 15 วัน เพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหาความผิดอาญากับอดีตสส. 3คน ได้แก่ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ในกรณีแก้ไขเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา นายคมเดช ไชยศิวามงคล และ นายนริศร ทองธิราช อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีกระทำเสียบบัตรแทนกัน ส่วน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาจากการร่วมเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันนั้นทางป.ป.ช.มีความเห็นให้ดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริง

"ป.ป.ช.มีมติในข้อกฎหมายว่าแม้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 สิ้นผลไปแล้ว แต่ป.ป.ช.ก็ยังมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนคดีนี้ เนื่องจากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาในขณะนั้นเป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย อันถือเป็นเหตุที่อาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542" นายสรรเสริญ กล่าว

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.คิดว่าคดีการถอดถอนอดีตสส.250คนจะซ้ำรอยกับกรณีที่สนช.ลงมติไม่ถอดถอนอดีตสว.38คนหรือไม่ เนื่องจากทั้งสองคดีนี้มีข้อหาเดียวกัน นายสรรเสริญ กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่ได้คิดในเรื่องนั้น เพราะในเมื่อกฎหมายบัญญัติให้ป.ป.ช.มีอำนาจในการพิจารณาคดี ป.ป.ช.ก็จำเป็นต้องวางมาตรฐานการไต่สวนและการทำงาน ส่วนเรื่องกระบวนการลงมติถอดถอนถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสนช.จะที่ใช้ดุลยพินิจ อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงกรณีของอดีตสส.250คนและอดีตสว.38 คน มีการกระทำที่แตกต่างกัน ดังนั้น คงจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้

นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า แม้สนช.จะมีมติไม่ถอดถอนอดีตสว.จำนวน38คน แต่กระบวนการในการพิจารณาคดีดังกล่าวที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้น ถือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตย และเป็นการสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนที่จะได้ตระหนักถึงความสำคัญของกลไกการถ่วงดุลและคานอำนาจเสียงข้างมากทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท