posttoday
สัญชาตญาณ...โอกาส

สัญชาตญาณ...โอกาส

12 มีนาคม 2558

โดย...อธิกร ศรียาสวิน

โดย...อธิกร ศรียาสวิน

กว่าจะมาเป็นซีอีโอระดับพันล้าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ หรือ ก้อง เซปเป้ เคยต้องขับรถไปส่งสินค้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วยตัวเอง กับยอดสั่งซื้อเครื่องดื่มน้องใหม่แบบอภิมหากาพย์ที่ต้องจดจำเป็นจำนวน 1 ลังถ้วนๆ

คุณก้อง เล่าให้ฟังว่า ถ้าลองคิดคำนวณจริงๆ แล้ว กำไรจากยอดขาย 1 ลังนั้น ยังไงซะก็ไม่คุ้มกับค่าน้ำมันแน่ๆ

แต่เหตุผลที่เค้าทำไปในวันนั้น ก็เพราะสัญชาตญาณล้วนๆ สัญชาตญาณว่ามันน่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นจากยอดส่ง 1 ลัง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ต่อยอดมากลายเป็นแบรนด์เซปเป้ ที่มีมูลค่าหลายพันล้านในปัจจุบัน

ตัดภาพไปยัง...

ภายในงานแสดงสินค้าเรื่องผลิตภัณฑ์อาหาร มีชาวญี่ปุ่นอายุราวห้าสิบปลายๆ เดินมาหยิบๆ ดมๆ กล้วยอบที่บูธแสดงสินค้า แล้วก็พูดภาษาอังกฤษแบบกระท่อนกระแท่น ออกปากชมว่ากล้วยนี้หอมดี แกอยากขอซื้อกลับบ้านสัก 1 กิโล แต่ต้องขอให้ช่วยตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปส่งที่โรงแรมแถวสุขุมวิท จะเป็นไปได้ไหม?

ถ้าเป็นคนธรรมดาก็อาจปฏิเสธลูกค้ารายนี้ไป

แต่คุณฮง-ประสงค์ ลิ้มเจริญ กรรมการผู้จัดการของ สยาม เอ็นซี ผู้ผลิตผลไม้แปรรูป ซึ่งมาร่วมออกบูธอยู่ในงาน กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาค่อยๆ ฟังความต้องการของชายชาวญี่ปุ่น และกลับไปโรงงานจัดการตัดกล้วยตามแบบที่ชายคนนั้นต้องการ และนำมันขึ้นรถ ไปส่งที่รีเซปชั่นของโรงแรมในเช้าตรู่ของวันถัดมา กับปริมาณน้ำหนักสุทธิ 1 กิโลกรัมถ้วนๆ

กล้วย 1 กิโลนั้น ถูกนำใส่กระเป๋าเดินทาง เดินทางกลับไปถึงญี่ปุ่น และในอีกราวเดือนกว่าๆ ชาวญี่ปุ่นคนนั้นก็ส่งอีเมลกลับมาหาพร้อมกับคำสั่งซื้อว่า ขอสั่งซื้อ ตัวอย่างอีก 100 กิโล ตัดชิ้นเล็กๆ เหมือนเดิม จะเป็นไปได้ไหม?

คุณฮง เล่าว่า สถานการณ์นั้นคล้ายเป็นบททดสอบจิตใจ เพราะในความเป็นจริงการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ กล้วยอบจำนวนเพียงแค่ 100 กิโลกรัมนั้น นับว่าเป็นปริมาณที่น้อยมากๆ

น้อยจนเรียกได้ว่าค่าขนส่งไปนั้นน่าจะแพงกว่าค่ากล้วย แต่คุณฮงก็ส่งกล้วยนั้นไปให้กับลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า ต่อมาเจ้ากล้วยชิ้นเล็กๆ เหล่านั้น จะนำพาโอกาสดีๆ มาให้

เพราะไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า กล้วยชิ้นเล็กๆ นั้นกลายไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ต่อมาพัฒนากลายเป็นสินค้ายอดฮิตในญี่ปุ่น

จากจุดเริ่มต้น 1 กิโลกรัมในวันแรก มาถึงวันนี้มันกลายมาเป็นยอดสั่งซื้อกว่า 2.4 หมื่นกิโลกรัม/ปี

นี่กระมังที่เรียกได้ว่า สัญชาตญาณของการบริการ ที่มันนำโอกาสแห่งความสำเร็จมาให้

ปรัชญาที่ว่า อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา นับว่าเป็นบทสรุปของเรื่องราวสองเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องถามว่าปัจจุบันทั้งสององค์กรนี้จะเดินหน้าไปได้ไกลแค่ไหน

เพราะเซปเป้กลายเป็นดาวรุ่งในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยยอดขายกว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนแบรนด์ของสยาม เอ็นซี ทั้งผลไม้แปรรูปแบรนด์ฟรุ๊ตแลนด์ และ บางกอกคุกกี้ ก็แจ้งเกิดในเซเว่นอีเลฟเว่น และคิงเพาเวอร์ รวมทั้งมียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ มีรายได้รวมกว่า 300 ล้านบาท/ปี

นี่คือเรื่องจริงที่คนในระดับบริหาร ซึ่งเขาไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ลงมือไปทำจริง ลงไปสัมผัสกับสถานการณ์จริง

เพราะในยุคปัจจุบันเศรษฐกิจที่เครื่องดับ ยอดส่งออกลดลง กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง มันมีความจำเป็นอย่างมากที่ทุกหน่วยงานในองค์กรต้องยิ่งเพิ่มสรรพกำลัง ยิ่งต้องลงมือเข้าไปศึกษาในรายละเอียด เพื่อค้นหาโอกาส และตลาดใหม่ๆ ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆ

องค์กรที่จะอยู่รอด เคลื่อนตัวผ่านสภาวะแบบนี้ไปได้ ต้องเป็นองค์กรที่ตื่นตัว สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และไม่ยอมห่อเหี่ยวไปกับสภาวะแวดล้อม ในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฝืดเคือง

ตลาดใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ มันไม่ได้มาเพราะโชคดีอย่างเดียวแน่ๆ แต่มันน่าจะมาเพราะการเตรียมความพร้อม และความพยายามเดินหน้า ใช้ความเพียรอย่างสุดกำลังเพื่อไปคว้าโอกาสนั้นมาด้วยตัวเอง

วันนี้คุณเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมร่างกาย และเตรียมความเพียรให้พร้อม สำหรับการลุยไปหาโอกาสใหม่ๆ แล้วหรือยัง?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท