
สั่งสอบตร.อุตรดิตถ์ไม่รับแจ้งความนายทุกรุกป่า
อุตรดิตถ์-ผู้ว่าฯเมืองลับแลสั่งสอบพนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ไม่รับแจ้งความนายทุนลักลอบตัดดินและต้นไม้
อุตรดิตถ์-ผู้ว่าฯเมืองลับแลสั่งสอบพนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ไม่รับแจ้งความนายทุนลักลอบตัดดินและต้นไม้
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายชัช กิตตินภดล ผวจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอทองแสนขัน เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายชาลี คำด้วง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าคาย อ.ทองแสนขัน มอบหมายให้นายธนาศิต สุจาจริง ปลัด อบต.ป่าคาย นำภาพถ่ายและรายชื่อบุคคลประชาชน ต.ป่าคาย ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน หลังใช้รถแบ็คโฮและรถแทรกเตอร์ตักดินและตัดต้นไม้บริเวณริมถนน บ้านนาป่าคาย หมู่ 3 ต.ป่าคาย แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งเหตุ โดยให้ไปเจรจาก่อน เพราะเป็นชาว ต.ป่าคาย เหมือนกัน ไม่อยากให้มีปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ว่า กลุ่มชาวป่าคายที่ลักลอบตักดินและตัดต้นไม้นั้น เป็นผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่ เพราะในพื้นที่ ต.ป่าคาย มักมีการลักลอบตัดไม้อยู่ค่อนข้างบ่อยครั้ง ส่วนพนักงานสอบ สภ.ทองแสนขัน ไม่รับแจ้งเหตุนั้น จะให้ พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ตรวจสอบว่าทำไมถึงไม่รับแจ้งเหตุ หรือเกี่ยวข้องอะไรกับชาวบ้านด้วยหรือไม่ เพราะเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าถือว่า เป็นเรื่องสำคัญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ปราบปรามอย่างจริงจัง
ด้านนายชาลี กล่าวว่า ชาวบ้านที่เข้าไปลักลอบตัดไม้และขุดดินดังกล่าว เป็นญาติกับเจ้าหน้าที่สายตรวจป่าไม้ด่านน้ำอ่าง ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยที่แม่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจป่าไม้รายนี้ ก็บริจาคเงินให้กับที่ว่าการอำเภอทองแสนขัน และ ตำรวจ สภ.ทองแสนขันอยู่บ่อยครั้ง จึงอาจเป็นไปได้ว่าเหตุผลที่พนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ไม่รับแจ้งเหตุดังกล่าวก็มาจากเรื่องความเกรงใจที่ญาติเคยบริจาคเงินให้กับหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่ ต.ป่าคาย และในวันเกิดเหตุลักลอบตักดินและตัดไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองแสนขัน 2 นายก็มาดูเหตุการณ์ ถือว่าเป็นพยานบุคคลได้อย่างดี







