
ตรังสัมปทานรังนกยังแห้วเสนอท้องถิ่นเก็บเอง
ตรัง-เปิดสัมปทานรังนกอีแอ่นรอบใหม่เหลวไร้ผู้สนใจเข้าประมูล ขณะเงินกองทุนร่อยหรอจนเกือบหมด
ตรัง-เปิดสัมปทานรังนกอีแอ่นรอบใหม่เหลวไร้ผู้สนใจเข้าประมูล ขณะเงินกองทุนร่อยหรอจนเกือบหมด
นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการประกาศเปิดสัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่นในพื้นที่จังหวัดตรัง หลังจากที่ บริษัท ตรังรังนก จำกัด ได้หมดสัญญาลง แต่ปรากฎว่า ยังไม่มีผู้ใดสนใจยื่นซองเพื่อเข้าสัมปทานดังกล่าวแม้แต่รายเดียว โดยพื้นที่อำเภอปะเหลียน ตั้งราคากลางไว้ที่ 55.5 ล้านบาท และพื้นที่อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา ตั้งราคากลางไว้ที่ 26 ล้านบาท ภายในระยะเวลาสัมปทาน 6 ปี ทำให้เงินกองทุนจากภาษีอากรรังนกอีแอ่น ซึ่งเคยมีอยู่ 600,000 บาท ต้องนำไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเฝ้ารังนกอีแอ่นจนเหลือแค่ 70,000 บาท ดังนั้น คณะกรรมการจึงเห็นควรมีการเจรจา หรือเปิดให้สัมปทานแบบพิเศษ ก่อนที่เงินกองทุนภาษีอากรรังนกจะหมดไป
นางราตรี จิตรหลัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะสุกร อำเภอปะเหลียน กล่าวว่า หากการเปิดสัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่นเกิดปัญหาไม่มีผู้สนใจ ทาง อบต.ก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการเสียเอง เพื่อเป็นการดูแลทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อท้องถิ่น โดยเฉพาะพันธุ์นกอีแอ่น ที่ต้องรักหวงแหนเอาไว้ และที่ผ่านมาจากการตรวจสภาพรังนกอีแอ่นในพื้นที่เกาะสุกร ทุกๆ ปีก็พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าหากจังหวัดตรัง และคณะกรรมการ จะโอนมาให้ อบต.เกาะสุกร รับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี รวมไปถึงเกาะเภตรา เกาะหลาวเหลียงเหนือ เกาะหลาวเหลียงใต้ และเกาะตะไบ ซึ่งครั้งล่าสุดพื้นที่อำเภอปะเหลียน มีการเปิดให้สัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่น เป็นเงิน 55 ล้านบาท
นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการประกาศเปิดสัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่นในพื้นที่จังหวัดตรัง หลังจากที่ บริษัท ตรังรังนก จำกัด ได้หมดสัญญาลง แต่ปรากฎว่า ยังไม่มีผู้ใดสนใจยื่นซองเพื่อเข้าสัมปทานดังกล่าวแม้แต่รายเดียว โดยพื้นที่อำเภอปะเหลียน ตั้งราคากลางไว้ที่ 55.5 ล้านบาท และพื้นที่อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา ตั้งราคากลางไว้ที่ 26 ล้านบาท ภายในระยะเวลาสัมปทาน 6 ปี ทำให้เงินกองทุนจากภาษีอากรรังนกอีแอ่น ซึ่งเคยมีอยู่ 600,000 บาท ต้องนำไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเฝ้ารังนกอีแอ่นจนเหลือแค่ 70,000 บาท ดังนั้น คณะกรรมการจึงเห็นควรมีการเจรจา หรือเปิดให้สัมปทานแบบพิเศษ ก่อนที่เงินกองทุนภาษีอากรรังนกจะหมดไป
นางราตรี จิตรหลัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะสุกร อำเภอปะเหลียน กล่าวว่า หากการเปิดสัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่นเกิดปัญหาไม่มีผู้สนใจ ทาง อบต.ก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการเสียเอง เพื่อเป็นการดูแลทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อท้องถิ่น โดยเฉพาะพันธุ์นกอีแอ่น ที่ต้องรักหวงแหนเอาไว้ และที่ผ่านมาจากการตรวจสภาพรังนกอีแอ่นในพื้นที่เกาะสุกร ทุกๆ ปีก็พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าหากจังหวัดตรัง และคณะกรรมการ จะโอนมาให้ อบต.เกาะสุกร รับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี รวมไปถึงเกาะเภตรา เกาะหลาวเหลียงเหนือ เกาะหลาวเหลียงใต้ และเกาะตะไบ ซึ่งครั้งล่าสุดพื้นที่อำเภอปะเหลียน มีการเปิดให้สัมปทานจัดเก็บภาษีอากรรังนกอีแอ่น เป็นเงิน 55 ล้านบาท







