posttoday
ล้างเสื้อแดง สัญญาณรุนแรง

ล้างเสื้อแดง สัญญาณรุนแรง

10 มีนาคม 2558

แม้แรงระเบิดหน้าศาลอาญาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่สร้างความเสียหายต่อตัวอาคารสถานที่เท่าไหร่​

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แม้แรงระเบิดหน้าศาลอาญาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่สร้างความเสียหายต่อตัวอาคารสถานที่เท่าไหร่​ แต่อานุภาพของระเบิดลูกนี้กำลังจะส่งผลเสียหายต่อ“เสื้อแดง” รุนแรง ​

แน่นอนว่า ระหว่างนี้คงต้องรอกระบวนการไต่สวนหาข้อเท็จจริงที่จะชี้ชัดว่า เบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้โยงใยไปถึงใครบ้าง แต่เบื้องต้นกลุ่มคนคงยากที่กลุ่มเสื้อแดงจะปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ เมื่อ​ผู้ก่อการที่ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ กำลังให้การซัดทอดไปยังคนเบื้องหลังแบบยกแผง

เริ่มตั้งแต่ ยุทธนา ​เย็นภิญโญ หน่ึ่งในผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิง 4 นัด ก่อนเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎซึ่งถือเป็นอีกฮาร์ดคอร์ทางการเมืองที่มีความคิดสนับสนุน​เสื้อแดง

อีกทั้งเมื่อตรวจสอบบ้านพักพบสมุดบันทึก ซึ่งมีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์สมาชิกในกลุ่มเสื้อแดงและเครือข่ายกลุ่มฮาร์ดคอร์ รวมทั้งมีรายชื่อบุคคลสำคัญอีกจำนวนหนึ่ง แถมยังพบหลักฐานการติดต่อประสานงานกับกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในเฟซบุ๊กและไลน์โดยยุทธนาใช้ชื่อว่า “องค์ดำ”

สอดรับกับคำสารภาพของ มหาหิน ขุนทอง อีกหนึ่งในผู้ต้องหาก่อเหตุปาระเบิด ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยได้รับการว่าจ้าง 2 หมื่นบาท จาก ​“เดียร์” ซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ได้แต่ติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์  โดยมี “บิ๊ก” เป็นคนประสานงาน  ​

ความสำคัญของ “เดียร์” อยู่ตรงที่เป็นหนึ่งในกลุ่ม “เสรีชน” ที่เคลื่อนไหวอยู่ในออสเตรเลีย โดยหวังว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเป็นเหตุให้สหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ในประเทศไทย เชื่อมโยงกับ ใหญ่ พัทยา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเสรีชนที่เป็นผู้จัดการหาระเบิดให้

จากข้อมูลผ่านการซักถามมหาหินยังพบว่าเป็นผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงมาโดยตลอด และหนึ่งในเหตุผลการก่อเหตุนี้ มหาหิน ชี้แจงว่า เป็นการกระทำแบบนี้เป็นการต่อสู้อุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อระบอบการปกครองแบบใหม่ ประกอบกับถูกข่มขู่เรื่องครอบครัว

​อีกทั้ง​​ ณัฏฐพัชร์ อ่อนมิ่ง แฟนสาวของมหาหิน ยังเคยทำงานเป็นการ์ดให้กับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรู้จักกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ​

จากพยานแวดล้อมและการสืบสาวราวเรื่องของเจ้าหน้าที่ สะท้อนว่ายังมีกลุ่มเคลื่อนไหวเตรียมสร้างความปั่นป่วนต่อเนื่อง ที่สำคัญยังคาบเกี่ยวเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ไม่น้อย

ตอกย้ำข้อสังเกตก่อนหน้านี้ที่มีความพยายามเชื่อมโยงเหตุป่วนที่ผ่านมาว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นด้วยชนิดของระเบิด หรือวิธีการก่อเหตุ

ล่าสุดกับระเบิด RGD-5 ที่คล้ายกับเหตุป่วนก่อนช่วงรัฐประหาร เรื่อยไปจนถึงการตรวจพบระเบิด M 79 ที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุ ล้วนแต่เป็นหลักฐานเชื่อมโยงที่ชัดเจนมากขึ้น

สอดรับกับที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาสรุปว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นขบวนการเดียวกันกับเหตุระเบิดบริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม แต่อาจมีวิธีการและรูปแบบแตกต่างกันไปตามความชำนาญของแต่ละกลุ่ม

​​แต่ที่แน่ๆ เวลานี้กลุ่มคนเสื้อแดงหลายๆ คนคงต้องร้อนๆ หนาวๆ ห่วงว่าจะติดร่างแหถูกซัดทอด หรือเชื่อมโยงกับการก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ เพราะล่าสุดจากการออกหมายจับ 5 คน เริ่มพบการเชื่อมโยงไปถึงบุคคลต่างๆ ​

ที่สำคัญ บุคคลเหล่านี้ยังมีแผนเตรียมก่อการสร้างสถานการณ์รุนแรง​​ในวันที่ 15 มี.ค. ด้วยการวางระเบิดในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 100 จุด ​ซึ่งทาง​ณัฏฐพัชร์เตรียมจะเรียกประชุมกลุ่มในวันที่ 10 มี.ค. เพื่อเตรียมการก่อเหตุคลังแสง-หน่วยทหารในต่างจังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ และภาคอีสาน โดยจะใช้ผู้ก่อเหตุมาจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมีแนวคิดจะก่อเหตุในสถานศึกษาและที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ของ​พระพุทธะอิสระ ​​

การจับกุมผู้ก่อเหตุครั้งนี้จึงเป็นผลดีต่อการ “สกัด” ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง​ และ​ยังป้องปรามไม่ให้กลุ่มคนที่อยู่ในเครือข่ายต้องสงสัยออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ท่ามกลางการเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่

แม้ว่าจะเริ่มมีเสียงดักคอมาตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ว่าเป็นหนึ่งในความพยายามเชื่อม “ไล่บี้” กลุ่มคนเสื้อแดง หรือเป็นแผนป่วนที่จงใจทำเพื่อให้คงการประกาศกฎอัยการศึก ท่ามกลางบรรยากาศกดดันจากหลายฝ่ายให้ยกเลิก

แต่ด้วยพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ก่อเหตุ ต่อจากนี้ กลุ่มเคลื่อนไหวก่อเหตุคงเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น เช่นเดียวกับเสื้อแดงที่ถูกซัดทอดที่จะมีชนักปักหลังยากจะเคลื่อนไหวใดๆ และหากมีคดีเก่าคงถูกไล่เช็กบิลรายตัวง่ายขึ้นในช่วงการประกาศใช้กฎหมายพิเศษเวลานี้

ยิ่งล่าสุดมีสัญญาณชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศกร้าว “ผมมั่นใจว่าทำได้ และผมจะไม่ยอมคนเลว และทุกวันนี้ก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้ายอมเลิกไปนานแล้ว นี่ไม่ยอม”

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการจัดการกับคนเสื้อแดงในครั้งนี้ หลายฝ่ายมีการตั้งข้อกังขาอยู่หลายประการ อาทิ มีการถามนำผู้ต้องหาจากนายทหารให้โยงไปยัง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ.และ ผบ.สส. ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงตัวผู้ต้องหาที่ดูเหมือนกับว่าเป็นมือสมัครเล่นเกินไปไม่เหมาะกับทำงานใหญ่ ทำนองเป็นการจัดฉากสร้างเรื่องไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า หากเกิดความขัดแย้ง จะไม่มีการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งประเด็นในทำนองว่าเป็นการสร้างกระแส เบี่ยงเบน ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล รวมทั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ร้อนฉ่าอยู่หลายเรื่องด้วยกัน

ทั้งหมดนี้ต้องตามกันไม่กะพริบตา จากนี้การเมืองร้อนแรงขึ้นตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท