posttoday
ผวากรีซเอาตัวไม่รอดศก.ป่วยหนัก เงินช่วยไม่กู้วิกฤต

ผวากรีซเอาตัวไม่รอดศก.ป่วยหนัก เงินช่วยไม่กู้วิกฤต

10 มีนาคม 2558

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ห่างหายไปจากหัวข้อข่าวที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ แทบจะในทันทีที่เหล่ารัฐมนตรีคลังของ 19 ชาติสมาชิก ผู้ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) สามารถบรรลุข้อตกลงยอมขยายระยะเวลาโครงการเงินช่วยเหลือแก่กรีซออกไปอีก 4 เดือน ลดความเสี่ยงที่กรีซจะประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายอดคิดไม่ได้ว่า ปัญหาของกรีซไม่น่าจะหนักหน่วงหรือน่าหวาดหวั่นอีกต่อไป

เหลือก็แต่รอให้กรีซ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส แห่งพรรคฝ่ายซ้ายไซริซา ยื่นข้อเสนอมาตรการปฏิรูปประเทศต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซนพิจารณายอมรับอนุมัติภายในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อให้กรีซมีเงินเพียงพอที่จะสะสางภาคการเงิน และนำไปชำระหนี้ให้กับบรรดาเจ้าหนี้นานาชาติทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งจะครบกำหนดชำระในเดือน เม.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดเกี่ยวกับปัญหากรีซก็มีเหตุให้นักลงทุนต้องกลับมานั่งกุมขมับปริวิตกอีกครั้ง เมื่อข้อเสนอปฏิรูปกรีซที่จัดส่งให้รัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีแววว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากเหล่ารัฐมนตรีคลังยูโรโซน

เห็นได้จากท่าทีของ เจอโรน ดีสเซลโบลม ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยุโรป ที่ระบุว่า แผนการปฏิรูปของกรีซไม่ได้เป็นไปตามที่หารือกันไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และยังคงห่างไกลจากคำว่าเสร็จสมบูรณ์ ทำให้กรีซอาจไม่ได้รับเงินช่วยเหลือภายในเดือนนี้

มิหนำซ้ำ สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียด เมื่อ ยานิส วารูฟากิส รัฐมนตรีคลังกรีซ ลุกขึ้นโต้ตอบแกมข่มขู่ว่า ถ้ากลุ่มเจ้าหนี้ยังเพิ่มข้อเรียกร้องจากกรีซ และไม่ยอมรับข้อเสนอล่าสุดจากกรีซ กรีซจะทำประชามติหยั่งเสียงประชาชนต่อทิศทางของกรีซในอนาคตว่าสมควรจะออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซนหรือไม่

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่น่าวิตกไม่ได้อยู่ที่ว่ากรีซจะเดินออกจากยูโรโซนหรือไม่อีกต่อไป เพราะนักวิเคราะห์หลายฝ่าย รวมถึงนักลงทุนต่างเชื่อมั่นว่า กลุ่มยูโรโซนจะต้องหาทางประคับประคองเอกภาพและเสถียรภาพของตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปให้จงได้แน่นอน

ดังนั้น ประเด็นที่ต้องจับตามอง จึงอยู่ที่ข้อเท็จจริงของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของกรีซในห้วงเวลานี้ที่ค่อนข้างน่าหวาดเสียวอย่างมาก จนอาจกล่าวได้ว่า กรีซอาจเอาตัวเองไม่รอดจากวิกฤต แม้จะได้รับเงินช่วยเหลือจากชาติสมาชิกยูโรโซน

หลักฐานประการแรกสุด ที่ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ากรีซอาจไปไม่รอด ก็คือ การขยายตัวเติบโตของกรีซในปัจจุบันที่เปลี่ยนเป็นเข้าเกียร์ถอยหลังอีกครั้ง

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า นับตั้งแต่วิกฤตปะทุขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เศรษฐกิจกรีซต้องเผชิญกับบาดแผลลึก เห็นได้จากรายได้ของประเทศที่หดตัวลงเกือบ 25% ในช่วงปี 2008-2013 กระนั้นสัญญาณการเติบโตก็ฟื้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2014 ซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงเวลาดังกล่าวขยายตัวได้ดีที่ 0.6%

กระนั้น สัญญาณฟื้นดังกล่าวมีอันต้องชะงักลง เพราะช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2014 การขยายตัวของจีดีพีกรีซหดตัวลง 0.4% โดยการส่งออกลดลงเหลือ 1.3% แถมปริมาณการบริโภคในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับดียังเป็นผลพวงจากวันหยุดสิ้นปีที่ประชาชนนิยมใช้จ่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

สำหรับหลักฐานลำดับที่สอง คือ ตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ตัวบ่งชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักระบุตรงกันว่า ดัชนีดังกล่าวมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือน มี.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ในเดือน ก.พ.ยังคงอยู่ในภาวะหดตัวคือที่ 48.4 จุด ขณะที่เดือน ม.ค.ก่อนหน้าอยู่ที่ 48.3 จุด ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งเป็นจุดแบ่งเพื่อแสดงความแตกต่างของดัชนีพีเอ็มไอระหว่างการขยายตัวและการหดตัว โดยตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 ก็คือตัวเลขซึ่งแสดงถึงการหดตัว

ยังไม่นับรวมประเด็นที่น่าวิตกอย่างตัวเลขคำสั่งซื้อใหม่ของกรีซที่ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อันเป็นผลพวงมาจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ

ในส่วนหลักฐานชิ้นที่สามที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของกรีซอาการหนัก คือ ภาวะเงินฝืดที่เดินหน้าแย่ลง โดยที่ผ่านมากรีซตกอยู่ในยุคเงินฝืดมานาน 2 ปี ก่อนที่จะพ้นจากภาวะดังกล่าวได้ เห็นได้จากดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มขยายตัวขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2013

แต่แล้วสถานการณ์เงินเฟ้อกรีซที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นก็กลับตาลปัตร โดยเฉพาะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยในเดือน ม.ค.ตัวเลขเงินเฟ้อของกรีซแย่เข้าขั้นติดลบที่ -2.8%

เหตุสำคัญที่ทำให้เลขเงินเฟ้อกรีซย่ำแย่ลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันโลกที่ร่วงหนัก อีกส่วนหนึ่งคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เจอฤทธิ์มาตรการรัดเข็มขัดจนไม่มีกะจิตกะใจจะใช้จ่าย หรือใช้อย่างประหยัดมัธยัสถ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หมายรวมถึงการหมายตาสินค้าราคาถูก จนกระทบต่อยอดขายของบริษัทผู้ผลิตต่างๆ และกระเทือนไปถึงรายได้ของบรรดาลูกจ้างแรงงานในท้ายที่สุด

หลักฐานชิ้นต่อมา ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลกรีซในปัจจุบันแทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่ในคลัง หรือก็คือ กรีซในทุกวันนี้ยืนหยัดอยู่ได้เพราะเงินช่วยเหลือจากบรรดาเจ้าหนี้เป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ในห้วงเวลาที่ผ่านมาแผนปฏิรูปที่มุ่งเสริมสร้างวินัยทางการคลัง รวมถึงการปฏิรูปแผนจัดเก็บภาษีของรัฐบาลกรีซภายใต้เงื่อนไขเงินช่วยเหลือของทรอยก้า ซึ่งประกอบด้วย ไอเอ็มเอฟ, ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ก็ไม่ได้รับการดำเนินการจากรัฐบาลกรีซสักเท่าไรนัก ยืนยันได้จากตัวเลขการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์กันไว้

บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ มาโครโปลิส รายงานว่า ในเดือน ม.ค.ตัวเลขการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลกรีซร่วงลงถึงครึ่งมาอยู่ที่ 443 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 835 ล้านยูโร อีกทั้งยังเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่รัฐบาลกรีซตั้งเป้าไว้ว่าจะจัดเก็บภาษีได้ที่ 923 ล้านยูโร

ซิลเวียร์ เมอร์เลอร์ นักวิจัยจากบรูว์เกล สถาบันคลังสมอง อธิบายว่า การจัดเก็บภาษีช่วง 2 เดือนแรกของปี คือ กุญแจสำคัญที่จะบ่งชี้ตัวเลขเงินภาษีตลอดปีว่าจะบวกหรือจะลบ หากใน 2 เดือนนี้จัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า ก็มีแนวโน้มที่เป็นไปได้มากว่าตลอดทั้งปี 2015 นี้ รัฐบาลกรีซจะเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าที่ตนเองตั้งไว้แน่นอน และเป็นปัญหาที่กรีซต้องหาทางออกให้ได้ว่าจะหาแหล่งทุนของตนมาจากไหน นอกเหนือจากการพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากเจ้าหนี้

สำหรับหลักฐานชิ้นสุดท้าย ก็คือ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาคการเงินของประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำจนน่าใจหาย เห็นได้จากการแห่แหนออกไปถอนเงินฝากจากบัญชีธนาคารอย่างไม่ขาดสายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

รายงานจากไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุชัดว่า นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีไซปราสขึ้นแท่นผู้นำประเทศด้วยนโยบายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของทรอยก้า นักลงทุนและประชาชนชาวกรีซต่างหลั่งไหลไปถอนเงินสดออกจากธนาคาร โดยปริมาณเงินฝากของธนาคารกรีซในเดือน ม.ค.ลดเหลือ 1.28 หมื่นล้านยูโร ขณะที่ดุลบัญชีธนาคารลดลงเหลือ 1.48 แสนล้านยูโร ซึ่งแตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2005

ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดอีกว่า เงินช่วยเหลือจากกลุ่มยูโรโซนที่กรีซจะได้รับ ในกรณีที่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้อย่างลุล่วงจะเพียงพอที่จะฟื้นความเชื่อมั่นและทำให้ประชาชน รวมถึงนักลงทุนนำเงินกลับมาฝากกับบรรดาธนาคารพาณิชย์ของกรีซอีกครั้งหรือไม่

ทั้งนี้ พิจารณาจากความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับกรีซ ทั้งภาวะเงินฝืด เศรษฐกิจขยายตัวต่ำ ผู้บริโภคไม่ใช้จ่าย ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่กระเตื้อง รัฐบาลไม่มีเงินและภาคธนาคารไม่ได้รับความ
เชื่อมั่น วิกฤตเศรษฐกิจของกรีซจึงอยู่ห่างไกลจากคำว่า “จบ” อย่างไม่ต้องสงสัย

แถมนอกจากจะยังไม่จบแล้ว ปัญหากรีซยังมีทีท่าว่าจะลุกลามหนักจนแค่เงินช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ และแผนปฏิรูปในปัจจุบันไม่อาจยุติปัญหากรีซได้โดยง่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท