
ปธ.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯร้องรัฐบาลดูแลความปลอดภัย
ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้ายื่นหนังสือต่อ รมว.เกษตรฯ ขอให้รัฐบาลดูแลความปลอดภัย หลังเกิดเหตุปะทะกับสมาชิก
ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้ายื่นหนังสือต่อ รมว.เกษตรฯ ขอให้รัฐบาลดูแลความปลอดภัย หลังเกิดเหตุปะทะกับสมาชิก
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการ เปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้รัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการดูแลสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในระหว่างที่รอศาลล้มละลายพิจารณาแผนฟื้นฟู ในวันที่ 20 มี.ค. 2558 เนื่องจากไม่วางใจต่อความปลอดภัยต่อชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2558 เพราะหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ไม่ว่าจะออกมากรณีใด ก็จะต้องมีการลดหนี้หรือขายทรัพย์สิน ซึ่งจะเป็นเหตุให้สมาชิกได้รับประโยชน์น้อยลง อาจจะทำให้กรรมการมีความเสี่ยงมากขึ้น
นอกจากนั้นหากรมว.เกษตรฯ เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบประมาณ 5 พันล้านบาทเพื่อมาใช้ในการฟื้นฟู สหกรณ์เครดิตฯจะได้มีตัวแทนประสานงานที่ชัดเจนในการใช้เงินดังกล่าว ดังนั้นควรจะเป็นระดับรัฐมนตรี อธิบดี หรือรองอธิบดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือและติดตามการทั้งหมด
"ทั้งนี้วันที่ 16 มี.ค. 2558 ศาลธัญบุรีปทุมธานี จะนัดพิจารณาคดีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากพระธัมชโย วัดพระธรรมกาย ให้คืนเงินบริจาคจาก 818 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเช็คที่นายศุภชัย สั่งจ่ายให้กับเจ้าอาวาส และวัด ซึ่งได้รับทราบจากคณะลูกศิษย์ว่าจะมีการนำเช็คมาคืนที่ศาลวัดดังกล่าว ซึ่งขอเป็นสัญญาที่ดีและมั่นใจว่าน่าจะได้คืน เพราะคณะศิษย์ได้ระดมเงินมา 700 ล้านบาทและจะใช้คืนแทน และจะนำเงินมาเข้าบัญชีสหกรณ์เพื่อเข้าแผนฟื้นฟู เพราะกรรมการไม่สิทธิ์จะนำไปให้ใครตามอำเภอใจ เพราะจะติดคุกได้"นายเผด็จกล่าว
ขณะที่แผนของสหกรณ์ หลังศาลให้ฟื้นฟู 1. จะกู้เงินจากครม. 5 พันล้านบาท และในส่วนของเงินคดีที่ฟ้องจากทั้งหมดจะได้เงินมาอีก 5 พันล้านบาทและจากลูกหนี้อีก 2 พันล้านจะมีเงิน 1.2 หมื่นล้านมาใช้ในการฟื้นฟู และจะเชิญวิชัย ทองแตง มาเป็นประธานที่ปรึกษาในการบริหารพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ เพื่อจะได้นำเงินมาคืนสมาชิกตามแผนฟื้นฟู 5 ปี ซึ่งมั่นใจนายวิชัยมาก เพราะนายวิชัยได้ให้แนวความคิดว่าเมื่อศาลให้ฟื้นฟู จะแนะนำบริษัทที่เชี่ยวชาญในการฟื้นฟูมาทำงานให้สหกรณ์ เพราะขณะนี่บริษัทที่จะทำแผนฟื้นฟูต้องวางเงินประกัน 30 ล้านบาท สหกรณ์จึงยังไม่มีบริษัทใดเข้ามา เพราะงานซัมซ้อนและเป็นทรัพย์ที่เสี่ยงเสียหายมาก เป็นเรื่องทีจะต้องดำเนินการเต็มที่และมั่นใจจะฟื้นฟูได้ เพราะมิเช่นนั้นจะเกดวิกฤติศรัทธา ปล่อยล้มก็จะเป็นโอมิโน่ของเศรษฐกิจ
หากศาลให้พื้นฟู ก็จะใช้เวลา 5 เดือนทำแผนและเสนอศาลพิจารณาอีกครั้งเพื่อใช้ในการบริหาร ดังนั้นหากรมว.เกษตรฯไม่มาช่วย ก็จะทำให้การฟื้นฟูเกิดยาก เพราะปัญหาเกิดตั้งแต่ 2552 ไม่แก้ไขเรื่องจึงลุกลาม
นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ กรรมการสหกรณ์ เปิดเผยว่าตนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับสมาชิก ซึ่งเกิดความชุลมุนขึ้นจนกระทบกับแว่นตาที่ตนใส่อยู่บาดหน้าตนเอง จึงไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับสมาชิกกลุ่มนี้และจะไม่ร่วมประชุมกับสมาชิกกลุ่มนี้อีกหากประชุมครั้งต่อไปอาจถึงชีวิต ทั้งที่เป็นอำนาจตามกฎหมายของกระทรวงที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้
ทั้งนี้ต้องการให้กระทรวงฯเข้ามาช่วยเหลือด้านกฏหมาย เพราะคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีความรู้กฎหมายล้มละลาย ที่มีวงเงินเสียหายมากถึง1.6หมื่นล้านบาท การคืนเงินจะทยอยคืนอย่างไร หากวันที่20มี.ค.ศาลล้มละลายให้ผ่านแผนฟื้นฟู และในการดำเนินคดีต้องใช้เวลา เพราะสหกรณ์เครดิต มีการตกแต่งบัญชีและฉ้อโกง ตั้งแต่ปี2549 ตามที่ดีเอสไอตรวจสอบ เช็ค 878ฉบับ วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และมีเบิกเงินสด 3พันล้านบาท น่าสงสัยว่าใครเป็นผู้บริหารกระทรวงในช่วงนั้น
นายทรงพล พนาวงศ์ เลขานุการ รมว.เกษตรฯกล่าวว่า จะนำเสนอปัญหาต่อรมว.เกษตรฯ อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม วันที่ 13 มี.ค. นี้จะเชิญทั้งสองฝ่ายมาหารืออีกครั้ง เรื่องตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกรรมการและสมาชิก หลังจากศาลมีคำสั่งไม่ว่าทางใด ให้เข้าแผนฟื้นฟูหรือยกฟ้อง เพราะกรรมการสหกรณ์ ชุดที่ 30 ต้องหยุดทำหน้าที่ลงชั่วคราว ทั้งนี้ กรณีที่รมว.เกษตรฯสั่งให้นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงฯทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้าราชการที่มีส่วนร่วมทุจริตในคดีฉ้อโกง เกิดมาตั้งแต่ปี47 ว่าใครเป็นนายทะเบียน ก็คือ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ทำการตรวจสอบบัญชีงบดุลของสหกรณ์ในช่วงนั้น







