
มือปราบไซเบอร์ไล่ล่าพนันบอลออนไลน์
ตอนนี้ตำรวจปูพรมลงไปในพื้นที่หมดแล้ว ทั้งปลอมตัวไปเป็นนักพนันและหาข้อมูลในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นแหล่งของโต๊ะรับพนัน และกำลังแกะรอยทางอินเทอร์เน็ต และเฝ้าดูเว็บไซต์รับพนัน
ตอนนี้ตำรวจปูพรมลงไปในพื้นที่หมดแล้ว ทั้งปลอมตัวไปเป็นนักพนันและหาข้อมูลในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นแหล่งของโต๊ะรับพนัน และกำลังแกะรอยทางอินเทอร์เน็ต และเฝ้าดูเว็บไซต์รับพนัน
โดย...วัลยศ งามขำ
การกวดจับแบบกัดติด รวมถึงการหลบหนีหลีกเลี่ยงอย่างชาญฉลาด ระหว่าง ตำรวจ กับ โต๊ะรับพนันฟุตบอล มีให้เห็นอย่างคุ้นตาในช่วงฤดูกาลการฟาดแข้งฟุตบอลระดับโลก ในศึกฟุตบอลโลกปีนี้ก็เช่นกัน เราได้เห็นแมววิ่งไล่จับหนูกันอีกครั้ง
ต่างกันตรงที่ในปีนี้หนูถูกแมวสีกากีออกมาขู่ว่าจะเข้าทลายถึงรัง และจัดการกับเจ้าของโต๊ะตัวพ่อ ด้วยวิธีการแกะรอยในโลกไซเบอร์เพื่อล้วงลึก จับกุมองค์กรอาชญากรรมแขนงนี้ให้ราบ
กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เริ่มแกะรอยในโลกไซเบอร์ กระทั่งขึ้นบัญชีดำ 75 เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบเล่นการพนันฟุตบอลโลก
โดยมีโต๊ะบอลตัวพ่อเป็นตัวเชื่อมเปิดรับพนันบอลจากผีพนันทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ก่อนส่งข้อมูลเข้าเว็บทั้ง 75 แห่งสู่ระบบการพนันมาตรฐานสากลในต่างประเทศ โดยคาดว่าในฤดูกาลนี้แต่ละโต๊ะมีมูลค่าการแทงพนันไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม อธิบายถึงความซับซ้อนในวงการพนันฟุตบอลให้ฟังว่า เดิมการจับกุมการรับพนันฟุตบอลไม่เคยสาวถึงตัวการใหญ่ ตำรวจจับได้เพียงกลุ่มคนที่เล่นกัน|เล็กๆ น้อยๆ
แต่ครั้งนี้กองปราบปราม และ บก.ปอท. ได้รับคำสั่งให้กวาดล้างขบวนการนี้แบบขุดรากถอนโคน ในขณะที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ก็ทำหน้าที่จับกุมผู้ลักลอบเล่นรายย่อย เมื่อเป็นเช่นนี้กองปราบฯ และบก.ปอท. จึงจับมือกันแกะรอยในโลกไซเบอร์ เนื่องจากมีข้อมูลว่า ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางการพนันระหว่างโต๊ะบอลรายใหญ่กับโต๊ะรับพนันถูกกฎหมายในต่างประเทศ
“เราสำรวจและแกะรอยจนพบว่ามีอยู่ 75 เว็บไซต์ ในจำนวนนี้เป็นเว็บไซต์ที่อยู่ในเมืองไทย 10 เว็บไซต์ โดยเจ้าของโต๊ะรายใหญ่แต่ละแห่งจะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์พวกนี้ ก่อนที่จะเปิดรับพนันบอลในไทย และส่งข้อมูลการแทงไปยังต่างประเทศ” พ.ต.อ.สุพิศาล บอก
เว็บไซต์ทั้งหมดอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต เจ้าของโต๊ะรับพนันในไทยจะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์โดยใช้เครดิต ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมายของประเทศนั้นๆ จากนั้นจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์คำนวณการแทงในรูปแบบของราคาต่อรองในไทยออกมา เป็นทั้งการแทงแบบคู่ต่อคู่ และการแทงแบบบอลชุด ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่เยาวชน และผู้มีรายได้น้อย ก่อนจะเปิดรับแทงเป็นช่วงๆ ต่อไป โดยแต่ละชั้นนั้นจะได้ประโยชน์จากค่าน้ำหรือส่วนต่างเป็นค่าตอบแทน ก่อนที่เจ้าของโต๊ะจะแทงพนันกลับไปยังเว็บไซต์นั้นอีกครั้ง
“ไม่รู้โต๊ะรับพนันบอลรายใหญ่เหล่านี้มีมากเท่าไหร่แต่รู้อยู่ในพื้นที่ไหนบ้าง พวกนี้จะมีฐานการเงินเป็น 100 ล้านบาท มีออฟฟิศส่วนตัว และมักจะไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน แต่ใช้ตัวเชื่อมในการทำงานเป็นทอดๆ พวกนี้คือกลุ่มเป้าหมายหลักในการจับกุมครั้งนี้” พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าว
อย่างไรก็ตาม โต๊ะบอลรายใหญ่เหล่านี้ไม่ใช้วิธีการโอนเงินตามช่องทางปกติ แต่จะใช้ระบบ “โพยก๊วน” หรือจ่าย
เงินผ่านบริษัทค้าเงินใต้ดิน ที่มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน เพื่อป้องกันการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ และธนาคารในกรณีที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างมีพิรุธ นี่จึงเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่จับกุมด้วยความยากลำบาก
นอกจากนี้ คนเดินโพยส่วนใหญ่ก็มักถูกตัดตอนด้วยระบบฐานข้อมูล พวกเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขากำลังเดินโพยให้กับใครที่เป็นตัวการใหญ่ที่สุด
พ.ต.อ.สุพิศาล ยอมรับว่า การจับกุมโต๊ะรับพนันบอลรายใหญ่ลำบาก เพราะข้อมูลในคอมพิวเตอร์สามารถกำจัดได้ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับกุม และพวกนี้มักจะทำลายข้อมูลทันทีที่ได้รับ ส่วนเงินของกลางก็จะถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
ทำให้ยากต่อการหาของกลางมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการจะไปร้องขอความร่วมมือจากเว็บไซต์ต่างประเทศยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเขาดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แต่ตำรวจก็มีวิธีการ และกำลังคลุกวงในอย่างที่ขบวนการพวกนี้ไม่รู้ตัว
“ตอนนี้ตำรวจปูพรมลงไปในพื้นที่หมดแล้ว ทั้งปลอมตัวไปเป็นนักพนันและหาข้อมูลในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นแหล่งของโต๊ะรับพนัน และกำลังแกะรอยทางอินเทอร์เน็ต และเฝ้าดูเว็บไซต์รับพนันต่างๆ ที่สำคัญเรามีข้อมูลทางด้านการเงินที่จะเป็นหลักฐานสาวถึงโต๊ะรับพนันบอลรายใหญ่แล้ว” พ.ต.อ.สุพิศาล บอกตำรวจยังอยู่ในขั้นตอนเก็บหลักฐานการเล่นแต่ละครั้งจากคนเดินโพย เพื่อให้รู้ข้อมูลในระดับที่ลึกกว่า หรือตัวโต๊ะที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าขึ้นไป รอเวลาต่อจิ๊กซอว์ได้ก็จะบุกจับทันที
นอกจากนั้น มีเว็บไซต์รับพนันบอล 10 อันดับแรกจากทั้งหมด 75 เว็บไซต์ ที่ตำรวจกำลังจับตามองแบบไม่กะพริบ โดยทั้ง 75 เว็บไซต์ส่วนใหญ่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา และมีเพียง 10 เว็บไซต์เท่านั้นที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ
นายตำรวจมือปราบบอกว่า นอกจากตรวจสอบเว็บไซต์ และส่งสายลับนอกเครื่องแบบไปเป็นนักพนันแล้ว ตำรวจยังได้จัดกำลังอีกกว่า 100 นาย ลง “พื้นที่เสี่ยง” เพื่อหาข้อมูลและจับกุมโต๊ะรับพนันบอลด้วย
สำหรับพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าเป็นที่ตั้งของโต๊ะรับพนันบอล ประกอบด้วย 7 พื้นที่ทั่วประเทศ 1.ภายในซอยมหาดไทย ลาดพร้าว 112 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. 2.อ.เมือง จ.ชลบุรี 3.อ.เมือง จ.ขอนแก่น 4.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 5.อ.เมือง จ.ราชบุรี 6.อ.สะเดา จ.สงขลา และ 7.สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาในเขต กทม.
พ.ต.อ.สุพิศาล ทิ้งท้ายว่า การจับกุมครั้งนี้โต๊ะรับพนันบอลอาจจะไม่ได้ถูกดำเนินคดีเพียงแค่ข้อหาลักลอบเล่นการพนันเพียงข้อหาเดียวเท่านั้น หากพบว่ามีการนำข้อมูลการพนันใส่ลงไปในระบบอินเทอร์เน็ต และมีการดัดแปลง ปลอมแปลง เปลี่ยนแปลงข้อมูล ก็อาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้
ทั้งนี้ ตามกฎหมายจะมีโทษที่รุนแรงกว่าข้อหาการพนันมาก รวมถึงจะต้องโดนตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ด้วยว่าได้มาจากการพนันหรือไม่
ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า การไล่ล่าโต๊ะรับพนันบอลรายใหญ่ของตำรวจคราวนี้จะสำเร็จหรือไม่ หรือจะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู เป็นแค่แมววิ่งไล่จับหนูเมื่อจบสิ้นบอลโลกจะเป็นตัวชี้ชัดวัดได้ว่าตำรวจไทยกล้าเดินหน้าลุยพนันบอลจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงไฟไหม้ฟางเท่านั้น !!!







