
อัยการยื่นฟ้องพันธมิตรฯชุมนุมผิดพ.ร.บ.มั่นคงปี 54
อัยการยื่นฟ้องแกนนำพันธมิตรฯกับพวก ชุมนุมเรียกร้องเขาพระวิหาร ฝ่าฝืน พ.ร.บ.มั่นคง ปี 54 นัดสอบคำให้การ 20 เมย.
อัยการยื่นฟ้องแกนนำพันธมิตรฯกับพวก ชุมนุมเรียกร้องเขาพระวิหาร ฝ่าฝืน พ.ร.บ.มั่นคง ปี 54 นัดสอบคำให้การ 20 เมย.
เวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.บรมราชชนนี วันที่ 10 มี.ค.58 เวลา 10.00 น. พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 3 ( ดุสิต ) ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายประพันธ์ คูณมี , นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ , สมณะโพธิรักษ์, นายสุริยะใส กตะศิลา , นายเทิดภูมิ ใจดี, นายพิภพ ธงไชย , นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี , นายทศพล แก้วทิมา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เป็นจำเลยที่ 1- 10 ในความผิดฐาน ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ และข้อกำหนดห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้า หรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551
โดยคำฟ้องบรรยายความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.54 คณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศให้พื้นที่เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตปทุมวัน เขตดุสิต และเขตวังทองหลาง เขตวัฒนาและเขตราชเทวี เป็นพื้นที่มีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งจำเลยทั้ง 10 คน ร่วมกันตั้งเวทีชุมนุม และปิดการจราจร บน ถ.ราชดำเนินนอก บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ โดยใช้ชื่อ "กลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ"
ส่วนกลุ่ม พธม. ได้ตั้งเวทีชุมนุม ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งแกนนำได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย โจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาลกรณีความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เหตุเกิดที่ แขวงดุสิตและเขตดุสิต กทม. ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ
ขณะที่ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย วันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยจำเลยทั้งหมดได้รับการปล่อยชั่วคราวไป
ภายหลัง นายประพันธ์ คูณมี หนึ่งในจำเลย กล่าวว่า คดีนี้เนื่องจาก กลุ่ม พธม. และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ได้ชุมนุมรวมพลังปกป้องกันดิน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ปกป้องอธิปไตยของประเทศ และถอนตัวออกมาจากการเป็นภาคีมรดกโลก กรณีข้อพิพาทเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งหลังจากชุมนุมระยะหนึ่ง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ก็ได้ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยมีกำหนดห้ามชุมนุม และห้ามเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าว ทั้งที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ และเป็นการให้ข้อมูลกับประชาชน ซึ่งเราได้ยุติการชุมนุมในวันที่ 1 ก.ค.54 จนถึงขณะนี้เหตุการณ์ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว ซึ่งครั้งแรกอัยการเจ้าของสำนวนมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้งให้ฟ้อง จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้อง อย่างไรก็ดีคดีนี้ ถือเป็นความผิดเล็กน้อย อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 20,000 บาท โดยส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลคงมีนโยบายให้มีการดำเนินคดีกับทุกฝ่าย แต่วันนี้ศาลท่านได้เมตตาไม่ต้องให้ทำเรื่องยื่นขอประกันตัว เพียงแต่ให้ทำประวัติไว้ ก่อนจะมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมด
ภาพประกอบข่าว







