
"ธัมมชโย"อ้างป่วยเลื่อนให้ปากคำดีเอสไอเป็น26 มี.ค.
ดีเอสไอยันนัดวันที่ 26มี.ค.“พระธัมมชโย”ต้องมาให้ปากคำเอง ขณะทนายรับ“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” บริจาคเงินให้วัด 684ล้าน แต่วัดและ“ธัมมชโย”ไม่คืนเงิน
ดีเอสไอยันนัดวันที่ 26มี.ค.“พระธัมมชโย”ต้องมาให้ปากคำเอง ขณะทนายรับ“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” บริจาคเงินให้วัด 684ล้าน แต่วัดและ“ธัมมชโย”ไม่คืนเงิน
วันที่ 10 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้าพบพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับวัดพระธรรมกาย เพื่อแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาตามหมายเรียกสอบปากคำเรื่องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับเช็คที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร สั่งจ่ายเช็คจากการยักยอกทรัพย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 878 ฉบับ
หลังจากนั้นเวลา 10.30น. พ.ต.ท.ปกรณ์ แถลงข่าวว่าพระธัมมชโยได้ทำหนังสือแจ้งขอเลื่อนการให้ปากคำตามหมายเรียกออกไป 1นัด หรือ 15วัน โดยจะมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 26มี.ค.นี้ ทั้งนี้ ดีเอสไอยืนยันว่าพระธัมมชโย ต้องมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเองในวันดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของนิติบุคคลที่ได้รับเช็คจากนายศุภชัย นั้นก็จะต้องมีตัวแทนบริษัทมาให้ปากคำวันละ 4บริษัททุกวัน
ด้านนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระธัมมชโย แถลงข่าวว่า วันนี้พระธัมมชโยไม่มาตามนัดที่มีหมายเรียก เนื่องจากปัญหาสุขภาพโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน รวมทั้งทีมงานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานหลายเรื่องที่พนักงานสอบสวนต้องการเพื่อนำมาชี้แจง ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เช่น หลักฐานการรับเงิน และเช็คว่าเอาไปทำอะไรบ้างตามที่พนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงิน
"หลวงพ่อฯบอกไม่เคยเห็นเช็คหรือจับ ที่ผ่านมาคนบริจาคจะนำเช็คหรือเงินใส่ซองแล้วใส่ถุงอีกทีเหมือนอย่างที่นายศุภชัย(ศรีศุภอักษร)เคยแถลงข่าว ต่อข้อถามว่าพระธัมมชโย มีชื่อเป็นผู้รับเช็คด้วยใช่หรือไม่ นายสัมพันธ์ กล่าวยอมรับว่ามีชื่อพระธัมมชโยจริง แต่หลังจากรับการบริจาคแล้วฝ่ายการเงินจะรับไปดำเนินการขึ้นเงินให้ ซึ่งเป็นขั้นตอนการบริหารภายในของวัดไม่ใช่การมอบอำนาจให้ฝ่ายการเงินแต่อย่างใด โดยในส่วนที่เป็นชื่อบัญชีส่วนตัวของพระธัมมชโยนั้น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับธนาคารว่าการเบิกจ่ายจะให้ใครเซ็นแทน" นายสัมพันธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าทางวัดพระธรรมกาย มีการตกลงกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯว่าจะคืนเงินให้จริงหรือไม่ นายสัมพันธ์ กล่าวยอมรับว่ามีการตั้งกองทุนเพื่อระดมเงินบริจาคจริง หลังจากที่ได้มีการเจรจากับนายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตัวเลขที่ได้รับข้อมูลจำนวนเงินยังไม่ตรงกัน นอกจากนี้ ขอปฏิเสธกรณีที่ดีเอสไอเคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีเงินไปที่วัดจำนวน 900 ว่าล้านนั้น ยืนยันว่าที่ได้รับมาจำนวนเงิน 684 ล้านบาทน่าจะเป็นตัวเลขที่นิ่ง โดยเป็นเงินที่ได้รับจากนายศุภชัย(ศรีศุภอักษร)สั่งจ่ายเช็คจำนวน 13ฉบับ
ต่อข้อถามว่าทางพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ได้หารือจะดำเนินการคืนเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่น หรือไม่ นายสัมพันธ์ ซึ่งเป็นทนายความของพระธัมมชโย กล่าวว่า หลวงพ่อฯและวัดพระธรรมกาย ไม่ได้จะคืนเงินให้ แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ที่ตั้งกองทุนเพื่อระดมเงินมาช่วยเหลือเยียวยา ให้กับสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เนื่องจากเงินที่ได้การบริจาคมานำไปสร้างสถานศาสนหมดแล้ว โดยขณะนี้ได้เริ่มรับบริจาคเงินดังกล่าวแล้วตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สำหรับเงินที่ได้รับการบริจาคทางวัดพระธรรมกายก็ได้นำไปก่อสร้างศาสนสถานหมดแล้ว และขณะนี้โครงการยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จต้องการเงินอีกจำนวนหลายพันล้านบาทเพื่อก่อสร้างอีกหลายอาคาร ซึ่งการก่อสร้างอาคารแต่ละหลังต้องใช้เงินหลักพันล้านบาท ส่วนการก่อสร้างอาคารในโครงการดังกล่าวของวัดพระธรรมกายนั้น ส่วนใหญ่ก่อสร้างในที่ดินที่เป็นที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งก็มีปะปนกับที่ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี จำกัดนั้น ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่ของวัดพระธรรมกายแต่เป็นที่ของทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีเอง
โดยขั้นตอนหลังจากนี้ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ศาลนัดไกล่เกลี่ยชำระหนี้ระหว่างสหกรณ์ฯกับวัดพระธรรมกายก็จะได้พิจารณาหลักฐานเอกสารเรื่องจำนวนเงินที่แตกต่างกันอีกครั้ง







