
เปิดใจอดีตพริตตี้ชีวิตพลิกผันป่วยโรคหนังแข็ง
สงขลา-อดีตพริตตี้เผยชีวิตพลิกผันป่วยโรคหนังแข็งจนไม่สามารถทำงานได้ แพทย์แนะควรเร่งรักษาเพราะสิทธิบัตรทองครอบคลุม
สงขลา-อดีตพริตตี้เผยชีวิตพลิกผันป่วยโรคหนังแข็งจนไม่สามารถทำงานได้ แพทย์แนะควรเร่งรักษาเพราะสิทธิบัตรทองครอบคลุม
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. น.ส.สุภาภร ชุมทอง อดีตพริตตี้ ที่ป่วยเป็นโรคหนังแข็ง และได้อัดคลิปเผยแพร่อาการป่วยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์จนมีผู้นำไปแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ป่วยเป็นโรคหนังแข็งมา 7 ปีแล้ว อาการขณะนี้เริ่มทรุดลงเรื่อยๆ มือทั้งสองข้างเริ่มชาหยิบจับอะไรไม่ได้เหมือนกับแช่ในน้ำแข็ง ปากเล็กลง อ้าปากและพูดลำบาก ริมฝีปากด้านบนหดตัว และมีอาการไอหากพูดมากๆ ที่คอมีรอยด่าง ซึ่งอาการทั้งหมดเป็นผลมาจากผังผืดที่ยืดอวัยวะต่างๆทั้งภายนอกและภายในร่างกายซึ่งเป็นอาการของโรคหนังแข็งและรักษาไม่หายมีสาเหตุมาจากจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง
"ขณะนี้ทำได้เพียงกินยาต้มสมุนไพรเนื่องจากไม่มีเงินไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยต้องพบแพทย์ทุก 15 วันและครั้งละเกือบ 2 หมื่นบาท แต่รายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายจึงขาดการรักษามา 6 เดือน จากความเครียดจึงทำให้อาการแย่ลง ซึ่งโรคนี้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผังผืดขยายตัวลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกายทั้งภายนอกและภายในร่างกายสุดท้ายก็จะขยับไม่ได้ต้องนอนแน่นิ่งซึ่งจากการค้นหาข้อมูลพบว่าบางรายเสียชีวิตภายใน 2 ปี"อดีตพริตตี้กล่าว
น.ส.สุภาภร บอกว่า ต้องเลิกอาชีพพริตตี้ มากว่า5 ปี จากภาวะแซกซ้อนของโรคหนังแข็งแต่ระหว่างนั้นพอมีรายได้จากการเป็นดีเจตามสถานีวิทยุ แต่ต้องมาหยุดงานทั้งหมดเมื่อประมาณ1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะเริ่มมีปัญหาเรื่องการพูด ส่งผลให้ไม่มีรายได้ทั้งรักษาตัวและเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งมีลูก3 คนและยายอีก1 คนซึ่งต้องดูแลเพียงลำพังเนื่องจากแยกทางกับสามีตอนที่ยังตั้งท้องลูกสาวคนเล็กได้เพียง 3 เดือน บ้านและรถกำลังจะถูกยึดเนื่องจากขาดส่งมาหลายเดือนโดยต้องเจรจาขอยึดเวลากับทางธนาคาร
ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคดังกล่าวความรุนแรงมีหลายระดับทั้งเล็กน้อย ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ระดับปานกลาง ไปจนถึงรุนแรง ระดับรุนแรงอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ หากโรคดังกล่าวเกิดขึ้นกับอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ก็จะทำให้ย่อยยาก เกิดกับไตอาจทำให้ไตทำงานเสื่อมลง เกิดที่หัวใจก็จะทำให้มีอาการเหมือนคนเป็นโรคหัวใจแทรกซ้อนขึ้น
อย่างไรก็ตามสาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่ามีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ อัตราการพบผู้ป่วยยังไม่แน่ชัด แต่เป็นอีกโรคที่พบเจอได้บ่อย และพบเจอมากทางภาคอีสาน
สำหรับการรักษานั้นต้องประเมินอาการของผู้ป่วยก่อนว่ามีความรุนแรงระดับใด เกิดขึ้นที่ส่วนไหนของร่างกายบ้าง เพื่อทำการรักษาให้ถูกต้อง จะต้องมีการตรวจร่างกายทั่วไป และเจาะเลือดเพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการ
ทั้งนี้หากเป็นที่ผิวหนังขอแนะนำว่าอย่าอยู่ในที่มีอากาศเย็นเพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ผิวหนังก็ยิ่งแข็งและเจ็บปวดมากขึ้น หากอากาศหนาวก็ควรใส่ถุงมือถุงเท้าป้องกัน ทาครีม และรับประทานยาเพื่อช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน เป็นต้น แต่หากเป็นที่ระบบอื่นของร่างกายก็ต้องให้แพทย์ด้านนั้นๆ เป็นผู้ทำการรักษา
อย่างไรก็ตามแม้โรคนี้จะรักษาไม่หายขาด แต่การมารักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ไม่เป็นรุนแรงขึ้น ซึ่งโรคดังกล่าวอยู่ในความครอบคลุมของสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว แต่หากไม่ไปรักษาก็ถือว่าอันตรายต่อผู้ป่วย







