posttoday
ประกันภัยไทย แข่งได้ใน‘เออีซี’

ประกันภัยไทย แข่งได้ใน‘เออีซี’

09 มีนาคม 2558

ในที่สุดความคืบหน้าของการเปิดเสรีอาเซียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยก็ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

ในที่สุดความคืบหน้าของการเปิดเสรีอาเซียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยก็ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ครม.ได้อนุมัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริหารด้านการเงิน ฉบับที่ 6 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน โดยเฉพาะข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยที่ให้เพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติของบริการนายหน้าและตัวแทนได้ถึง 49% จากเดิมที่จำกัดไว้ได้แค่ไม่เกิน 25% ของทุนจดทะเบียน

แม้ว่าในส่วนของแวดวงธุรกิจประกันภัยจะมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะเมื่อถึงเวลาก็ต้องดำเนินการลักษณะดังกล่าวอยู่ดี แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีในการวางกรอบกติกาให้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันหากต่างชาติมีความต้องการเข้ามาถือหุ้นในบริษัทหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 25% ก็ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก่อน และหากต้องการถือหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 49% ก็ต้องไปขออนุมัติจาก รมว.คลัง อีกที ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร

แต่เมื่อ ครม.ไฟเขียวให้ในภาคบริการนายหน้าและตัวแทนต่างชาติถือหุ้นได้ถึง 49% โดยมีกฎระเบียบออกมาชัดเจนเช่นนี้ก็เป็นการอำนวยความสะดวกทางหนึ่งให้กับนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทยได้คล่องตัวมากขึ้น แม้ในส่วนของบริษัทประกันยังต้องใช้ขั้นตอนเดิมอยู่ก็ตาม

และคงต้องรอไปถึงปี 2563 เรื่องการเปิดเสรีทางการเงินทุกรูปแบบถึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ประเทศในกลุ่มอาเซียนหรือเออีซีจะเปิดเสรีได้เต็มตัว ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้หรือไม่ ในเมื่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน การปกป้องผลประโยชน์ของประเทศตัวเองย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมาก่อน

อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะในส่วนของธุรกิจประกันภัยไทยแล้ว ต้องถือว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่ง และได้มีการเตรียมรับมือไว้แล้วสำหรับการเปิดเออีซีที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้ เพราะโดยสภาพความเป็นจริงของธุรกิจประกันภัยที่แข่งขันทำตลาดอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ก็มีบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมายเข้ามาลงทุนเต็มไปหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยก็ตาม

การจะเปิดเออีซีหรือไม่จึงแทบไม่มีความหมาย ในเมื่อบริษัทแต่ละแห่งต่างก็ยึดฐานที่มั่นของตัวเองเอาไว้เกือบหมดแล้ว และทาง คปภ.เองก็ยังไม่มีนโยบายที่จะออกใบอนุญาตรายใหม่ให้กับใครทั้งสิ้น

คปภ.มีแต่จะหาวิธีสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจประกันภัยในไทย เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดเสรีที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะบริษัทประกันวินาศภัยที่มีอยู่กว่า 60 บริษัท กำลังถูกเรื่องความเข้มงวดของเกณฑ์เงินกองทุนขั้นต่ำเล่นงานอยู่ ซึ่งในส่วนของบริษัทขนาดกลางถึงใหญ่คงไม่มีปัญหา

แต่ที่จะมีปัญหาก็คงเป็นบริษัทขนาดเล็กที่ต้องหาเงินมาเติมเข้าไปอีกเพื่อให้ได้เงินกองทุนตามเกณฑ์ และหากไม่ไหวก็คงต้องถูกบีบทางอ้อมให้ควบรวมกิจการกับบริษัทอื่น เพื่อให้เหลือบริษัทน้อยที่สุด หรือไม่ก็ต้องการขายกิจการให้กับนักลงทุนที่มีเงินทุนหนากว่าเข้ามาแทนที่

สำหรับเป็นบริษัทวินาศภัยขนาดใหญ่หรือขนาดกลางแล้ว ต้องถือว่าไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก อย่างเช่น กรณีของบริษัท วิริยะประกันภัย ที่นอกจากจะเบี้ยประกันภัยรถยนต์เป็นอันดับหนึ่งของประเทศแล้ว ก็ยังเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนอีกต่างหาก การที่คู่แข่งต่างชาติไม่ว่าที่อยู่ในไทยแล้วหรือกำลังจะเข้ามาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

หรือหากเป็นกรณีของบริษัทประกันชีวิตของไทย ต่างก็ล้วนมีพันธมิตรที่เป็นต่างชาติระดับโลกร่วมทุนด้วยอยู่แล้ว การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ด้านแบบประกัน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก ความได้เปรียบเสียเปรียบจึงแทบไม่ต่างกัน ต่างชาติเจ้าไหนที่คิดจะมาขยายธุรกิจในไทยใหม่คงต้องคิดหนักพอสมควร เพราะสิ่งที่ได้รับกลับไปอาจไม่คุ้มกับเงินที่ได้ลงทุนไว้ ในเมื่อเจ้าตลาดประกันชีวิตในไทยต่างก็มีกองหนุนที่เข้มแข็งไว้รับมืออยู่แล้ว

แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิตของไทย กำลังเตรียมไปบุกตลาดเออีซีมากขึ้นอีกต่างหาก โดยเฉพาะในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที่ประกอบไปด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ก็มีทั้งบริษัท กรุงเทพประกันภัย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต บริษัท ทิพยประกันภัย บริษัท ทิพยประกันชีวิต และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ที่ต่างก็ออกไปหาผู้ร่วมทุนท้องถิ่นทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เป็นการขยับขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ เพื่อรับมือกับเออีซีที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่แค่ตั้งรับอยู่ในประเทศเพียงอย่างเดียว จึงเป็นปฐมบทแรกของประกันภัยไทยที่สยายปีกออกไปหากินนอกประเทศ โดยไม่หวั่นว่าใครจะวกเข้ามาทุบหม้อข้าวตัวเอง เป็นความแข็งแกร่งของธุรกิจที่มาพร้อมกับการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท