
คิวอีวันนี้
วันนี้เป็นวันแรกครับ ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
วันนี้เป็นวันแรกครับ ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะเริ่มปล่อยเงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซน 19 ชาติ หรือมาตรการคิวอี เป็นเงิน 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน และจะทำการซื้อไปเรื่อยๆ จนถึงเดือน ก.ย.ปีหน้า โดยอีซีบีจะทำการซื้อพันธบัตรรัฐบาลควบคู่ไปกับการเข้าซื้อพันธบัตรที่มีสินทรัพย์ค้ำปะกันหรือโคเวอบอนด์ เรียกว่าเป็นนโยบายผ่อนปรนทางการเงินแบบคูณสองไปพร้อมๆ กัน
สิ่งที่ต้องจับตากันสำหรับความเคลื่อนไหวของอีซีบีครั้งนี้ก็คือ
ประการแรก เงินที่ปล่อยออกมาจากอีซีบีจะไหลไปไหนบ้าง แน่นอนว่าบทเรียนของโลกมีมาให้เห็นกันหลายครั้งแล้ว เช่น โครงการคิวอีของสหรัฐที่เทเงินเข้าสู่ระบบได้ทำให้กระแสเงินไหลไปทั่วโลก ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรทั่วโลกอู้ฟู่กันจนเกิดความวิตกกังวลว่าจะเป็นฟองสบู่
คิวอีจากยุโรปครั้งนี้ก็เช่นกัน คาดว่าเงินน่าจะไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรทั่วโลก รวมไปถึงตลาดหุ้นด้วย ซึ่งก็ต้องจับตาให้ดีกับความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้
ประการที่สอง คือค่าเงินยูโรน่าจะอ่อนตัวลงไปอีกเรื่อยๆ และตามมาด้วยการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ
ที่ผ่านมาเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาเป็นระยะๆ จาก 2 ปัจจัยหลักคือ อย่างแรก เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากกว่าเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ของโลก ไม่ว่าจะเศรษฐกิจยูโรโซน หรือเศรษฐกิจจีน รวมไปถึงญี่ปุ่น ดังนั้นนักลงทุนมีความมั่นใจกับสหรัฐมากกว่าใครเพื่อน ตลาดเงินสหรัฐจึงเป็นที่ดึงดูดมากที่สุด ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าอย่างที่เห็นกัน
อย่างที่สอง ก็คือการใช้คิวอีของญีปุ่น ที่กดให้ค่าเงินเยนอ่อนลง รวมมาถึงการใช้คิวอีของยุโรปในครั้งนี้ด้วย ที่จะทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลงไปอีก
ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนได้รับผลกระทบเช่นนี้มาเป็นเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคนี้อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเงินริงกิตมาเลเซีย รูเปียห์อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่งเงินบาทของไทย จนทำให้หลายประเทศเริ่มที่จะพิจารณาหั่นดอกเบี้ยลงแล้ว (แต่ไม่ใช่ไทย)
ดังที่เคยเรียนรับใช้ท่านผู้อ่านไว้ก่อนหน้า ว่าค่าเงินอ่อนในช่วงนี้ไม่ถือว่าดีนัก เพราะการค้าโลกยังไม่ฟื้นตัวและอยู่ในสภาพตกต่ำอยู่ ดังนั้นค่าเงินที่อ่อนลงอาจจะไม่ได้ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดเท่าไหร่นัก
และประเด็นที่สำคัญก็คือ โลกยังคงอยู่ภายใต้การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจอย่างคิวอีที่ทำให้กลไกทางเศรษฐกิจของโลกบิดเบี้ยวต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และการเงินที่ยากมากขึ้นต่อไปครับ







