
รธน.ชั่วคราวให้ทำงานต่อ
เสียงท้วงติงจากภาคการเมืองว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 120 คน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปแห่งชาติ 15 คน เป็นการสืบทอดอำนาจ กำลังมีความเข้าใจผิดบางประการ เนื่องจากข้อเท็จจริงบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวนานแล้ว
เสียงท้วงติงจากภาคการเมืองว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 120 คน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปแห่งชาติ 15 คน เป็นการสืบทอดอำนาจ กำลังมีความเข้าใจผิดบางประการ เนื่องจากข้อเท็จจริงบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวนานแล้ว
“ขอยืนยันว่าไม่ได้สืบทอดอำนาจหรือต่ออายุตัวเอง แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ให้กรรมาธิการยกร่างฯ และ สปช.ต้องทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญอย่างน้อย 12 ฉบับดังนั้น กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.จะต้องอยู่ต่อหลังจากที่รัฐธรรมนูญใช้ไปแล้ว 210 วัน หรือ 7 เดือน คือ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สส. ขณะที่ สนช.ต้องอยู่ต่อจนถึงวันที่มี สว. คือ ราว 240 วัน หรือ 8 เดือน ย้ำว่า กมธ.ยกร่างฯ เคารพและรับฟังความเห็นของทุกส่วน” นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ เปิดเผย
อนึ่ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปไม่เกิน 15 คน ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย สปช. 60 คน สนช. 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูป 30 คน
อย่างไรก็ตาม หน้าที่สำคัญของคณะกรรมการ 2 ชุด คือ การผลักดันนโยบายและข้อเสนอในการปฏิรูปต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหาก ครม.ไม่ปฏิบัติตาม ต้องชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภาและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ โดยกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ เห็นว่ามีความสำคัญ สามารถผลักดันให้มีการประชามติ ซึ่งจะมีผลบังคับให้ ครม.และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ต้องปฏิบัติตาม







