posttoday
‘รธน.- ปฏิรูป’ เสี่ยงปลุกชนวนขัดแย้ง

‘รธน.- ปฏิรูป’ เสี่ยงปลุกชนวนขัดแย้ง

09 มีนาคม 2558

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญที่แว่วดังขึ้นเรื่อยๆ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญที่แว่วดังขึ้นเรื่อยๆ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเดินทางมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เครือบางกอกโพสต์ ประเมินว่า นี่อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคตได้  

อภิสิทธิ์ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ไม่ตอบโจทย์ปัญหาการเมืองที่จะต้องแก้ไข” เพราะปัญหาก่อนปฏิวัติไม่ได้มาจากเนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญ แต่มาจากการไม่เคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อโจทย์ไม่ถูกต้องก็เป็นแรงกดดันมายังกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าเขียนเหมือนเดิมก็จะถูกต่อว่า

ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องยังเดินถอยหลัง ยกตัวอย่างการลดจำนวน สส.ที่ไม่มีเหตุผลรองรับ หรือการใช้ระบบเลือกตั้งเยอรมันที่หากเป็นเยอรมันจริงๆ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ต้องเท่ากัน แต่นี่ไม่เท่ากัน หรือประเด็นยุบรวมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งจะยิ่งเป็นปัญหาในสายตาชาวโลก หรือกรณีไปจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ที่ไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์ เหตุผลที่ตั้งคืออะไร และบุคคลที่จะมาทำหน้าที่จะมีความสะอาดหมดจดแค่ไหน

“การตีโจทย์ไม่ชัดทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยถอยหลัง ทั้งทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ พยายามทำให้รัฐบาลไม่มาจากพรรคเดียว ทั้งที่โจทย์ที่ควรจะแก้คือทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งและเป็นพรรคของประชาชนแท้จริง ไม่ใช่เครื่องมือของนายทุน แต่ขณะนี้กลับทำตรงข้ามกับที่ควรเป็น คือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และทำให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากขึ้น”

ส่วนเรื่อง “ประชามติ” นั้น ที่ผ่านมารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะแก้รัฐ ธรรมนูญ 2550 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเดิมผ่านการทำประชามติหากจะแก้ไขก็ต้องถามประชาชนก่อน ทำให้การแก้ไขรอบนั้นระงับไป คำวินิจฉัยนี้น่าจะผูกพัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะเอาฉบับใหม่มาแทนฉบับเก่า ซึ่งการทำประชามติต้องมีทางเลือกให้ชัดคือหากไม่เอาฉบับที่ร่างใหม่จะได้ฉบับไหน ซึ่งเคยเสนอให้เอาฉบับ 2550 มาเปรียบเทียบ เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าหากไม่รับแล้วจะเกิดอะไร

“ตราบใดที่ไม่ผ่านประชามติก็จะเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งต่อไปอีกหลายปี ซึ่งหากจะแก้ปัญหาการเมืองเสร็จแล้วจะส่งต่อบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไปได้ เศรษฐกิจเดินได้ ก็กรุณาอย่าทิ้งเงื่อนไขให้เราเสียโอกาสมากกว่านี้” 

อภิสิทธิ์เชื่อว่าก่อนถึงวันลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คงมีการเจรจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลายรอบ เพราะหาก สปช.เกิดคว่ำก็จะมีคำถามว่า คว่ำเพราะ คสช.สั่งให้คว่ำหรือไม่ หรือคว่ำเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อหรือไม่ ดังนั้นก่อนถึงวันนั้นคงต้องคุยกัน

อีกประเด็นที่เสี่ยงจะนำไปสู่ความขัดแย้งคือการปฏิรูป เพราะการปฏิรูปที่ยั่งยืนจะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ไม่ใช่เขียนกลไกให้นักปฏิรูปคณะหนึ่งมาบังคับ ทั้งรัฐบาลชุดต่อไป สภาชุดต่อไป หนักถึงขั้นบังคับศาล นี่ไม่ใช่ “คณะปฏิรูป” แต่เป็น “คณะรัฏฐาธิปัตย์”

“วันนี้เกิดคณะปฏิรูปฯ จะยุบ อบจ. แล้วผมไม่เห็นด้วย ทำไมผมไม่สามารถบอกในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าว่าผมจะกลับมาทำให้มี อบจ. จะเอาความชอบธรรม ตรงไหน ห้ามเสนอกลับให้มี การปฏิรูปจะเดินได้ต้องจับมือกับทุกภาคส่วน ให้ได้แนวทางที่ตกลงกันว่าจะเดินไปไม่มีใครคัดค้าน ไม่ใช่ไปกำหนดให้มีสภาปฏิรูป หรือคณะกรรมการปรองดอง มาจากสรรหา มีอำนาจเหนือรัฐบาลชุดต่อไป ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นปมความขัดแย้งเหมือนรัฐธรรมนูญ” อภิสิทธิ์ ทิ้งท้าย 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท