
หนุนสตรีเท่าเทียมการเมืองสร้างพลเมืองเข้มแข็ง
"ถวิลวดี" ชี้กำหนดสัดสวนสตรีเท่าเทียมในการเมือง เสริมพลเมืองเข้มแข็ง ด้าน "สุภัทรา" ชงเปิดพื้นที่สตรีในการเมือง สตรีต้องร่วมหนุน
"ถวิลวดี" ชี้กำหนดสัดสวนสตรีเท่าเทียมในการเมือง เสริมพลเมืองเข้มแข็ง ด้าน "สุภัทรา" ชงเปิดพื้นที่สตรีในการเมือง สตรีต้องร่วมหนุน
นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีที่องค์กรผู้หญิงทั่วประเทศ แสดงพลังเรียกร้องให้บรรจุสัดส่วนหญิงชายไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่า มองว่าเป็นสิ่งที่ดี สะท้อนให้เห็นว่ามีคนให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้มีการเรียกร้องมาหลายทศวรรษแล้วตั้งแต่สมัยร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และ2550 แต่ไม่เคยสำเร็จเลย หลายประเทศทั่วโลกคำนึงถึงประเด็นนี้ เนื่องจากเป็นการสร้างความสมดุลและสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาประเทศ การเขียนแค่เพียงว่าให้คำนึงถึงความเสมอภาคในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะในความเป็นจริงมันเกิดขึ้นไม่ได้ โดยเฉพาะในทางการเมือง ซึ่งการแสดงพลังขององค์กรหญิงครั้งนี้ สอดคล้องกับกมธ.ยกร่างฯส่วนหนึ่งที่พยายามผลักดันประเด็นนี้แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนจะไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่นั้น ก็ต้องรอติดตามกันเพราะขึ้นอยู่กับการพืจารณาของคนที่เขียนรัฐธรรมนูญว่าจะเห็นเป็นอย่างไร
"ขณะนี้ผู้หญิงกับผู้ชายมีจำนวนใกล้เคียงกัน จะเป็นธรรมหรือไม่ถ้ามีการคำนึงถึงสัดส่วนของการเป็นตัวแทนที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งมุมมองที่แตกต่างกันมีอยู่ โดยผู้ชายให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ลักษณะแบบมหภาค แต่ผู้หญิงให้ความสำคัญเรื่องของจุลภาค คือ ครอบครัว การดูแลคุณภาพชีวิต ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ถ้าหากนำความหลากหลายมาผนวกแล้วทำให้สมดุลก็จะช่วยทำให้สังคมเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น" นางถวิลวดี กล่าว
น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สำหรับวันสตรีสากลถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ โดยประเทศไทยมีประชากรหญิงประมาณ 51เปอร์เซ็นต์ ส่วนประชากรชายมี 49 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีทรัพยากรมนุษย์ในลักษณะที่เท่ากันเช่นนี้ ก็ควรมีการกำหนดสัดส่วนให้มีความสมดุล เพื่อทำให้สังคมเดินหน้าไปได้ โดยวันสตรีสากลทุกปีประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคือการทำให้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกรูปแบบลดลง หรือให้หมดไป เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้หญิง
ส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้น มาถึงยุคนี้ผู้หญิงได้รับการเสริมพลัง จนมีความรู้ มีศักยภาพทำงานเพื่อสังคมได้มาก เพียงแต่ว่าพื้นที่ในทางการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติยังไม่ค่อยมีเท่าใด เพราะผู้ชายจะครอบครองพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้มุมมองของการพัฒนาประเทศ ชุมชน สังคม ขาดมุมมองในมิติที่ผู้หญิงมองเห็น อาทิ เรื่องการดูแลคุณภาพชีวิต เด็กและเยาวชน สวัสดิการ ในการดำเนินชีวิต เป็นต้น
ส่วนกรณีที่องค์กรผู้หญิงทั่วประเทศ แสดงพลังเรียกร้องให้บรรจุสัดส่วนหญิงชายไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวสนับสนุนเต็มที่มาก โดยในชั้นของกมธ.ยกร่างฯทั้ง 36 คน มีผู้หญิงเข้าไปทำหน้าที่จำนวน 6 คน เราพยายามผลักดันประเด็นเหล่านี้มาตลอด แม้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนจะมีการเขียนระบุว่าให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อเรากำลังเข้าสู่ยุครัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ประเด็นนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นปฏิรูปที่สำคัญต้องทำให้ประชากรผู้หญิงในประเทศนี้กว่า 51 เปอร์เซ็นต์ ได้รู้สึกว่ามีพื้นที่มากขึ้นและมีส่วนร่วมในการเข้ามาพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
"ผู้หญิงทุกพื้นที่ในแผ่นดินนี้ต้องช่วยกันส่งเสียง ว่าต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงอย่างจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่พูดแล้วปล่อยให้ลอยไปกับสายลม ไม่อยากให้ผู้หญิงส่งเสียงแค่เฉพาะวันนี้ แต่อยากให้ช่วยกันจับตาว่ารัฐธรรมนูญจะมีการกำหนดเรื่องนี้ไว้หรือไม่ อยากให้ช่วยกันส่งเสริมและผลักดันกันอย่างเต็มที่"







