เครือข่ายสตรีจี้บรรจุสัดส่วนหญิง-ชายเท่าเทียมในรธน.
เครือข่ายองค์กรผู้หญิงรวมตัวแสดงพลัง เรียกร้องให้บรรจุสัดส่วนหญิง-ชายเท่าเทียมในรัฐธรรมนูญ
เครือข่ายองค์กรผู้หญิงรวมตัวแสดงพลัง เรียกร้องให้บรรจุสัดส่วนหญิง-ชายเท่าเทียมในรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 8 มึ.ค.เวลา09.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เครือข่ายองค์กรผู้หญิงทั่วประเทศกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย องค์การเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศและเสริมพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ กระทรวงต่างประเทศการค้าและพัฒนาประเทศแคนนาดา และตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า1,000 คน รวมตัวกันแสดงพลังเนื่องในวันสตรีสากล
จากนั้นเดินขบวนรณรงค์ ไปตามถนนราชดำเนิน และเคลื่อนขบวนไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมอ่านประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องให้บรรจุสัดส่วนหญิงชาย50ต่อ50ในรัฐธรรมนูญ และมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนผ่านเวที“104 ปี8มีนาวันสตรีสากล ผู้หญิงรำลึก เฉลิมฉลอง การปฏิรูปสู่อนาคต 50ต่อ50”
น.ส.อรุณี ศรีโต ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของผู้หญิงและเฉลิมฉลองในวันสตรีสากลที่เวียนมาครบ104 ปีจนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะเกิดการจ้างงานที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังต้องการให้เกิดเวทีพบปะพูดคุยเพื่อสะท้อนปัญหาของผู้หญิงเพื่อนำมาสู่การแก้ไข ที่สำคัญผู้หญิงยังต้องการส่งเสียงย้ำเตือนว่าเราเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากจำนวนผู้หญิงมีมากกว่าชายเกือบ2ล้านคน ดังนั้นผู้หญิงต้องได้รับความเสมอภาคในบทบาททางการเมืองและการตัดสินใจทุกมิติทุกระดับ ผู้หญิงต้องมีสิทธิและสัดส่วนเท่าเทียมผู้ชายคือ50ต่อ50
“หวังว่ากิจกรรมในวันนี้ผู้หญิงจะได้แสดงให้ผู้นำประเทศและสังคมได้เห็นว่าไม่ควรมองข้ามความสำคัญของผู้หญิง หากจะมีการปฏิรูป การจัดสัดส่วนอะไร ต้องคำนึงถึงประชากรที่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศด้วย ขอตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาได้สร้างความเป็นธรรม สร้างกลไกเครื่องมือเพื่อยกฐานะของผู้หญิงให้เป็นหุ้นส่วนบ้างหรือยัง เพราะอย่างกรณีนางทิชา ณ นคร ลาออกจากตำแหน่ง ก็สะท้อนให้สังคมเห็นชัดเจนแล้วว่า ลำพังเสียงผู้หญิงแค่ไม่กี่เสียงคงสู้ไม่ไหว เพราะผู้ชายยังไม่เปิดใจกว้างยอมรับ จึงยากที่ผู้หญิงจะได้รับโอกาสเข้าไปสู่กระบวนการตัดสินใจในระดับสูง”น.ส.อรุณี กล่าว
น.ส.อรุณี กล่าวด้วยว่า แม้นางทิชา จะลาออกจากตำแหน่งแล้ว เครือข่ายผู้หญิงทั่วประเทศ คาดหวังว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะคำนึงถึงสัดส่วนผู้หญิง เพราะยังไม่สายเกินไปที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจะคำนึงและนึกถึงผู้หญิง ที่เคยได้สร้างผลผลิตสร้างสังคมให้มีคุณค่า อย่างไรแล้วเมื่อจะมีการปฏิรูปประเทศ หากไม่ก่อเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง เราจะถือว่าเป็นการปฏิรูปที่เสียของ เพราะจากบทเรียนเราเขียนรัฐธรรมนูญออกมาหลายฉบับหากจะทำแบบเดิมๆอีก ก็ไม่มีประโยชน์ บ้างเมืองวุ่นวายแตกแยกอยู่ดี ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทุกคนจับตาการปฏิรูปเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ
ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้ประสานงานขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายฯสตรีเชื่อว่าทิศทางการปฏิรูปประเทศที่ชอบธรรมสร้างความปรองดองได้ ต้องอาศัยความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชน หลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการที่เน้นการกระจายอำนาจ และการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปประเทศ การร่างรัฐธรรมนูญ การออกกฎหมาย ในสัดส่วนที่เท่าเทียม เพราะเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาประเทศอย่างสมดุลยั่งยืน เกิดประโยชน์แท้จริง ซึ่งเครือข่ายสตรีจากทั่วประเทศต้องการฉายภาพให้สังคมได้รับรู้หลักสิทธิมนุษยชน ตามที่ไทยได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ(CEDAW)
ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรบรรจุการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในทุกระดับ โดยเฉพาะบทบาททางการเมืองระดับชาติและส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายังเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ แม้จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆด้านสิทธิสตรี แต่สถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงเด็กหญิง ปัญหาการค้ามนุษย์ ยังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ประกาศเจตนารมณ์จากเครือข่ายสตรีฯ มีเนื้อหาดังนี้
1.ต้องยึดหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายและทุกเพศสภาพ
2.รัฐต้องกำหนดมาตรการพิเศษ เพื่อขจัดอุปสรรค์หรือส่งเสริมให้เกิดกลไกกระบวนการที่ทำให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศได้อย่างแท้จริงยั่งยืน
3.ยึดหลักพันธกรณีและกติการะหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ(CEDAW) ปฏิญญาปักกิ่ง และแผนปฏิบัติการณ์เพื่อความก้าวหน้าของสตรีและหลักการว่าด้วยกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในประเด็นวิธีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ
4.เนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่ด้อยกว่ารัฐธรรมนูญปี2540 และ2550 ในหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด และต้องคงไว้ซึ่งองค์การอิสระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยไม่ควบรวมกับองค์กรใดๆ เพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองสิทธิ ความเสมอภาครวมทั้งทุกมาตราที่บัญญัติรับรองสิทธิผู้หญิงและทุกเพศภาพไว้เป็นการเฉพาะ
5.กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งหญิงและชายในทุกกลุ่มทุกขั้นตอนอย่างกว้างขวางเปิดโอกาสให้สะท้อนความเสมอภาคอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
6.ในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับทุกมิติโดยรวมถึงโครงสร้างในการพิจารณากฎหมาย โครงสร้างทางการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น องค์กรอิสระ และคณะกรรมการใดๆของรัฐ ต้องมีสัดส่วนหญิงชาย50ต่อ50







