
7วันคุณแชร์เราเช็ก
เนื่องจากปัจจุบันมีการแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก มีทั้งเรื่องจริง เรื่องไม่จริง ซึ่งบางส่วนได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมในวงกว้าง “โพสต์ทูเดย์” จึงเปิดคอลัมน์ “7 วันคุณแชร์เราเช็ก” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลเหล่านี้เรื่องใดจริง เรื่องใดลวง ถ้าคุณแชร์มา เราจะเช็กเพื่อยืนยัน!
เลิกจำกัดคอเลสเตอรอล(จริง)
ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่พูดถึงเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา ได้ตัด “คอเลสเตอรอล” ออกจากบัญชีสารที่ประชากรสหรัฐต้องระมัดระวัง เพราะผลวิจัยไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างคอเลสเตอรอลในอาหารกับในเลือด และยังอ้างถึงรายงานผลวิจัยดังกล่าวอีกว่า บุคคลทั่วไปกินไข่ได้มากกว่า 1 ฟอง/วัน ส่วนวัยไม่เกิน 50 ปี กินได้ถึงวันละ 6 ฟอง และคนอายุ 80 ปี กินได้วันละ 2 ฟอง เพื่อป้องกันอัลไซเมอร์
กรณีดังกล่าว เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรายงานคำแนะนำในการบริโภคอาหารของคณะกรรมการ Dietary Guidelines Advisory Committee (DGAC) ประจำปี 2558 โดยเปลี่ยนจากรายงานเมื่อปี 2553 ที่ให้จำกัดไว้ไม่กินเกิน 300 มิลลิกรัม/วัน แต่ตอนนี้คอเลสเตอรอลไม่ถือว่าต้องจำกัดปริมาณห้ามกินเกินปริมาณเท่าใดอีกแล้ว เพราะไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ชัดเจนระหว่างที่กินเข้าไปกับปริมาณในเส้นเลือด
ส่วนเรื่องการกินไข่นั้น ในรายงานไม่ได้ระบุไว้ แต่โดยทั่วไปสามารถกินได้เกินวันละฟอง เพราะไข่ 1 ฟอง มีคอเลสเตอรอลเพียง 186 มิลลิกรัม เท่านั้น
เอช3 เอ็น2 ระบาด(ไม่จริง)
กรณีที่มีการแชร์โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เรื่อง ขณะนี้ได้พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 8 ราย ติดเชื้อ เอช3 เอ็น2 สายพันธุ์สวิตเซอร์แลนด์ จากการแพร่ระบาด โดยยังไม่มีวัคซีนใดป้องกันได้ เพราะเชื้อได้เกิดการกลายพันธุ์อย่างรุนแรง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ปกติกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะรวบรวมสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่พบในผู้ป่วยแต่ละสัปดาห์ เพื่อคัดแยกสายพันธุ์ให้ชัดเจน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบมากที่สุดคือ สายพันธุ์ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้งนี้ สำหรับสายพันธุ์ เอช3 เอ็น2 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีมากขึ้น แต่ยังไม่บ่งชี้ชัดเจนว่ามีการแพร่ระบาด และไม่พบว่ามีการกลายพันธุ์รุนแรงแต่อย่างใด ไม่อยากให้ประชาชนมีความกังวล เพราะการระบาดและความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่จะขึ้นอยู่กับคนในแต่ละประเทศว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่อย่างไร
เพจดังถูกแจ้งว่าเป็นภัยความมั่นคง(จริง)
ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา สังคมออนไลน์ได้แชร์เอกสารทางราชการจากเพจชื่อดัง“Drama-addict” โดยมีเนื้อหาระบุว่า เพจดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นภัยความมั่นคง มีเนื้อหาสร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคมและโจมตีเสียดสีรัฐบาล ซึ่ง พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกมายืนยันว่า หนังสือดังกล่าวไม่ใช่เอกสารราชการ ใครก็สามารถทำได้อย่างไรก็ดี เพจ “Drama-addict” ยังเผยเอกสารอีกชุดหนึ่งเป็นเอกสารที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ทำถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล โดยกล่าวหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะลันตา (แอดมินเพจ Drama-addict) มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการใช้ข้อความบนเว็บไซต์และได้รับคำยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง
จ่อขึ้นแวต 10%(ไม่จริง)
ข่าวที่แพร่หลายตามสังคมออนไลน์ โดยแชร์ข้อความ ว่า “คสช.ขึ้นแวต 10% มีผลเดือน ต.ค. 2558 นี้” ตามข่าวดังกล่าว ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศ เรื่อง “การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม” โดยลดเหลือ 6.3% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557-30 ก.ย. 2558 และปรับเพิ่มเป็น 9% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 แต่ในทางปฏิบัติ คือ เมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่นแล้วจะเท่ากับการคงอัตราภาษีที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี และจะเพิ่มเป็น 10% อัตโนมัติตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558
สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ให้คำตอบในเรื่องนี้ ว่า ยังไม่มีการพิจารณาหารือกันใดๆ ทั้งสิ้น
สมุนไพรรักษาเส้นเลือดในสมองตีบ(ไม่จริง)
สังคมออนไลน์แชร์ข้อความ มีเนื้อหาบอกว่า ปฐม ทันใจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จ.เชียงใหม่ ระบุว่า ตัวเองเป็นหนึ่งในคนไข้จำนวน 16 ราย ของ นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ หรือ “หมอเบิร์ด” ประสาทและศัลยแพทย์ คลินิคโรคทางสมองและประสาท โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม จ.เชียงใหม่ ที่หันมาทดลองกินตุ๋นสมุนไพร 3 ชนิด คือ ขิง พุทราจีนแห้ง และเห็ดหูหนูดำแล้ว หายขาดจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบ จึงอยากยืนยันจริงข้อมูลให้ประชาชนทั่วไปทราบว่าไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
กรณีดังกล่าวนั้น ผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม ยืนยันว่า นพ.ประชาได้ทดลองการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวจริง ขณะที่โรคหายได้ตามวิธีการดังกล่าวจริงตามคำบอกเล่าของผู้ป่วยหรือไม่นั้น ยังไม่มีหน่วยงานใดให้การรับรองอย่างเป็นทางการ จึงให้ถือว่าการหายจากโรคด้วยวิธีนี้ยังไม่เป็นความจริง







