
ภาพสเกตช์ รัฐธรรมนูญ 2558
เรื่องโดย...ทวี สุรฤทธิกุล/ภาพ...ฝรั่งใจ
เรื่องโดย...ทวี สุรฤทธิกุล/ภาพ...ฝรั่งใจ
ผู้เขียนมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญใหม่ต้องได้ใช้ในปีนี้
แต่ที่ไม่มั่นใจก็คือจะใช่รัฐธรรมนูญฉบับที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ กำลังร่างอยู่นี้หรือไม่ เพราะมันมี “กลิ่นไม่ดี” อยู่ 2-3 เรื่อง
เรื่องที่ 1 ประเด็นที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ประกาศออกมาว่าจะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ระบบเลือกตั้ง สส. การสรรหา สว. ฯลฯ จนถึงบทเฉพาะกาล ล้วนแต่มี “ข้อถกเถียง” ไปอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ที่แม้แต่ในกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยกันเองก็ยัง “งุ้งงิ้งๆ” จนบางท่านทนไม่ได้ต้องบอกศาลาล้มเลิกไป
เรื่องที่ 2 ประเด็นที่เถียงกันเหล่านั้นไปๆ มาๆ ก็ดูยังง่อนแง่นไม่เป็นแก่นสาร เพราะบางท่านแม้แต่ตัวประธานกรรมาธิการยกร่างฯ เอง จนถึงประธาน คสช.ก็บอกว่ายังแก้ไขปรับปรุงได้ บรรดาพวกเราซึ่งเป็นผู้ชมอยู่ภายนอกก็เลย “งงเต้ก” ว่าแล้วเราจะเชื่อใคร แล้วที่จัดทัพใหญ่โตเป็นแม่น้ำ 5 สายนั้น มันกำลังพัดพาประเทศไทยไปในอนาคตอย่างไร
เรื่องที่ 3 หลายคนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแม้จะมีรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในปีนี้ (ซึ่งคงมีความแตกต่างกับฉบับ “แกงส้ม” ที่กำลังยกร่างกันอยู่นี้ค่อนข้างมาก เพราะท้ายที่สุด คสช.น่าจะ “ปรุงใหม่” เป็นฉบับ “ห่อของขวัญ” ที่ คสช.ได้คิดประดิดประดอยเตรียมไว้) แต่จะมีเลือกตั้งได้เมื่อใด เพราะดูท่าคลื่นลมจะแรง ถึงขนาดที่อาจจะต้อง “ยิงปืนอีกนัด”
ก่อนที่จะไปอรรถาธิบายถึง “ภาพสเกตช์” ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ค่อนข้างจะ “ดูยาก” หรือ “ดูแล้วงง” ฉบับนี้ ผู้เขียนขอออกนอกเรื่องไปพูดถึงเรื่องส่วนเล็กๆ น้อยๆ สัก 2 เรื่อง
เรื่องแรก ในฐานะที่เป็นนักวิชาการ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางวิชาการเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์เกี่ยวกับการเมืองการปกครองไทย กล่าวคือผู้เขียนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ปรับปรุงเนื้อหาชุดวิชาสถาบันและกระบวนการทางการเมืองไทย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีของสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ รัฐสภา รัฐบาล ตุลาการ ระบบราชการ พรรคการเมือง และการเลือกตั้ง
ชุดวิชานี้ล่าช้ามาเป็นปี (มหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงวิชานี้มาตั้งแต่ปลายปี 2556 แต่ขณะที่กำลังดำเนินการไปได้ครึ่งทางก็มีรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. 2557) เพราะติดขัดว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งจะส่งผลถึงโครงสร้างของสถาบันและกระบวนการทางการเมืองที่ขึ้นอยู่กับสาระต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ แม้เมื่อมาถึงวินาทีนี้ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนสักอย่าง ซึ่งการปรับปรุงหลักสูตรเป็นข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หากดำเนินการไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด ก็จะมีผลต่อการเปิดหรือปิดหลักสูตรนั้นต่อไปได้
อีกเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนได้เข้าไปเป็นอนุกรรมาธิการของ สนช.อยู่คณะหนึ่ง คือคณะระบบเลือกตั้งและพรรคการเมืองมีการประชุมมาอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์เพื่อทำความเห็นต่างๆ ให้แก่คณะกรรมาธิการการเมืองของ สนช. ที่ทราบว่าได้นำข้อวิเคราะห์และข้อสังเกตต่างๆ ไปนำเสนอแก่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการ “สีซอในสายลม” คือกำลังเล่นดนตรีให้ใครฟังก็ไม่ทราบ เพราะดูเหมือนท่านกรรมาธิการยกร่างฯ จะชอบก้มหน้าพิจารณาดูอะไรก็ไม่ทราบ จึงไม่ได้ “เงยหัวเงี่ยหู” ขึ้นมาฟังชาวบ้านเท่าใดนัก
เช่นเดียวกันกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็เขียนไว้อย่างแข็งขันว่า มีหน้าที่จัดทำความเห็นและข้อเสนอต่างๆ เพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยต้องเสนอความเห็นและข้อเสนอต่างๆ ไปให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะไม่เขียนให้ชัดเจนว่าจะต้องรับเอาความเห็นและข้อเสนอต่างๆ ไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญในทุกๆ ประเด็น แต่ก็น่าที่จะอนุมาน (วิธีคิดเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ) ได้ว่า ความคิดเห็นและข้อเสนอของ สนช.น่าจะมีความสำคัญในระดับใด ซึ่งถ้าคิดได้ก็ต้องนำไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามสมควร
แต่นี่ก็ยังไม่เห็นว่า สปช.จะผลักดันอะไรได้ ตั้งแต่เรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของอาจารย์สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ล่าสุดก็เรื่องสัดส่วนชายหญิงของคุณทิชา ณ นคร ที่มีอันต้องม้วนเสื่อไปทั้งสองราย รวมทั้งเรื่องอื่นๆ อีกมากที่เสนอโดย สปช.แต่พอกระแสสังคม
(ผู้ยกร่างฯ) ไม่ตอบรับ ก็เลยเงียบหายไป รวมถึงเรื่องสมัชชาคุณธรรมที่ประธาน สนช.หมายมั่นปั้นมือมากว่าจะให้มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยัง “ก้มหน้าเดิน” อยู่อย่างนี้ ก็คงจะ “ก้มหน้ากินแห้ว” ตามท่านที่ยกร่างนั้นไปด้วย
ที่ผู้เขียนเชื่อว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้อง “ก้มหน้ากินแห้ว” ก็เพราะ “กลิ่นไม่ดี” อย่างที่ได้ยกมา 3 เรื่องข้างต้น อันจะนำมาซึ่ง “รัฐธรรมนูญฉบับของขวัญ” ที่ คสช.ให้ประกาศใช้แทน เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ได้เขียนไว้อย่าง “มีพิรุธ” ว่าให้ คสช.มีอำนาจพิจารณาจะเอารัฐธรรมนูญฉบับที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ยกร่างมานั้นหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านไม่รับเอาอะไรของ สปช.มาเขียนไว้เลย ก็คงไม่ต้องเดาเลยว่า สปช.จะ “มีหน้า” กล้ารับรองให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ผู้เขียนไม่ตำหนิผู้เขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติหลักการและสาระต่างๆ ดูแปลกๆ และ “ย้อนแย้ง” เพราะถ้าในแง่ดีก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ท่านผู้ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวเหล่านี้ (เข้าใจว่าจะมีมากกว่า 2 คน ข่าวกรองบางแห่งแจ้งว่ามีแค่ 4-5 คน โดยมีนายทหารร่วมด้วย 2 นาย) ท่านอาจจะ “มองทะลุ” แล้วว่าการเมืองไทยนี้ไม่มีทางจะสงบเรียบร้อยราบรื่น ท่านจึงวางกลไกให้ดู “ซับซ้อนนิดๆ” เพื่อให้คนในทุกภาคส่วนได้มีความรู้สึกที่ดีๆ ต่อ “พิธีกรรม” ดังกล่าว (อย่างเช่นพิธีกรรมการคัดเลือก สปช. และบทบาทหน้าที่ของ สปช.) รวมทั้งวางกลไกต่างๆ ให้ดูเป็นระบบถึง 5 ระบบ เพื่อทำให้เห็นว่าระบบแม่น้ำ 5 สายนี้จะเชื่อมโยงคนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้ามา “ปรองดอง” กัน (แม้จะดูปลอมๆ) ตามเหตุผลของการยึดอำนาจในครั้งนี้
คณะผู้เขียนรัฐธรรมนูญ 2557 น่าจะเป็นศิลปินแนว Abstract หรือ Surrealist แปลว่าแนวนามธรรมหรือ “เหนือจริง” จึงสามารถร่างภาพรัฐธรรมนูญใหม่ให้ดูสวยงามเหมือนฝัน เสียแต่ว่าท่านสอบตกวิชาภูมิศาสตร์เรื่องแม่น้ำ 5 สาย ที่เขียนให้เกิดจากทิเบตเหมือนกัน แต่ไหลลงทะเลคนละที่ เช่น แม่น้ำโขงไหลลงมหาสมุทรแปซิฟิก แต่สาละวินไหลลงมหาสมุทรอินเดีย
มันก็เลยเป็น “เอลนินโญ-ลานินญา” มั่วกันไปอย่างนี้ &O5532;







