
เสียงจากท้องถิ่น : แนะรัฐบาลทบทวนใหม่
สมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ชุมชนใหญ่ชานกรุง ซึ่งมีหมู่บ้านใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่น หมู่บ้านเมืองเอก บอกว่า ประชาชนวิตกเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจะเสนอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จนเกิดกระแสคัดค้าน ไม่เห็นด้วยค่อนข้างหนาหู โดยเฉพาะชนชั้นกลาง ต่างแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่เห็นว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ที่มีบ้านและที่ดินเป็นการเพิ่มรายจ่าย ขณะที่รายได้ยังเท่าเดิม และมองว่าอัตราภาษีใหม่กระทบคนชั้นกลางมากกว่าคนรวย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายจ่ายต่อเดือนที่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รัฐบาลควรมีความชัดเจน ควรมีการศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย แต่หากรัฐบาลยืนยันที่จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวออกมาบังคับใช้ ผู้บริโภคและประชาชนคงต้องมีการปรับตัว เพราะจะต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอีก
สมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ชุมชนใหญ่ชานกรุง ซึ่งมีหมู่บ้านใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่น หมู่บ้านเมืองเอก บอกว่า ประชาชนวิตกเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจะเสนอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จนเกิดกระแสคัดค้าน ไม่เห็นด้วยค่อนข้างหนาหู โดยเฉพาะชนชั้นกลาง ต่างแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่เห็นว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ที่มีบ้านและที่ดินเป็นการเพิ่มรายจ่าย ขณะที่รายได้ยังเท่าเดิม และมองว่าอัตราภาษีใหม่กระทบคนชั้นกลางมากกว่าคนรวย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายจ่ายต่อเดือนที่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รัฐบาลควรมีความชัดเจน ควรมีการศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย แต่หากรัฐบาลยืนยันที่จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวออกมาบังคับใช้ ผู้บริโภคและประชาชนคงต้องมีการปรับตัว เพราะจะต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอีก
สำหรับเมืองใหญ่ที่เศรษฐกิจอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยอดขายบ้านรวมทั้งคอนโดมิเนียมสูงอันดับต้นๆ ของประเทศอย่าง จ.ภูเก็ต สมใจ สุวรรณ ศุพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า หากรัฐบาลมีนโยบายเช่นนี้ เทศบาลนครภูเก็ตก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม แต่ข้อคำนึงที่สำคัญคือ การเก็บภาษีเพิ่มจะต้องไม่กระทบกับประชาชน แต่ถ้ามีการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดี ทำการค้าได้ดี การเก็บภาษีต่างๆ ก็จะดีตามขึ้นไปด้วย แต่ทั้งนี้ การขึ้นภาษีจะต้องเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ใช่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ถ้าวันนี้รัฐบาลให้อำนาจท้องถิ่นเก็บภาษีที่อยู่อาศัยเราก็จะเก็บ แต่คงไม่เก็บในอัตราแบบก้าวกระโดด เพราะคงเกิดผลกระทบแน่ๆ คนไม่มีเงิน รายได้น้อยลง ไปเก็บภาษีเขาเพิ่มอีก ต้องเกิดผลกระทบแน่ๆ แต่เราจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากการพัฒนาเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากนั้นการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็ไม่น่าจะเกิดผลกระทบ”
นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต บอกว่า ปัจจุบันเทศบาลนครภูเก็ตมีภารกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้านทั้ง การศึกษา สาธารณสุข เพื่อสู่การเป็นเมืองนานาชาติ ส่วนด้านเศรษฐกิจสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวในเขตตัวเมืองเก่า เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมเป็นบ้านที่อยู่อาศัยอย่างเดียว ไม่เก็บภาษี แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น คนก็หันมาเปิดบ้านเป็นร้านขายของมากขึ้น เทศบาลก็เข้าไปเก็บภาษีได้โดยไม่มีผลกระทบ
“แม้ท้องถิ่นจะมีอำนาจการจัดเก็บภาษีโรงเรือน แต่เราก็ทำแบบเป็นขั้นตอนแบบนี้อยู่แล้ว เราช่วยตัวเองมาตลอด แม้เทศบาลนครภูเก็ตจะจัดเก็บรายได้เอง 27% ของงบประมาณที่ใช้ในแต่ละปี แต่ก็ไม่เพียงพอกับการแก้ไขเรื่องโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ได้ เพราะภูเก็ตเป็นเมืองที่มีการเติบโตก้าวกระโดด งบประมาณที่ได้นับรายหัวของประชากรที่ลงทะเบียนราษฎรเท่านั้น ทั้งที่มีประชากรแฝงเข้ามาจำนวนมากเช่นกัน งบประมาณที่รัฐบาลอุดหนุนมาให้นั้นถือว่าไม่ยุติธรรม ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเข้ามา 12 ล้านคน เราจึงต้องใช้งบประมาณอย่างประหยัด ขณะเดียวกันเราก็ต้องช่วยตัวเอง เพื่อต้องการให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรง สิ่งแวดล้อมดี เมื่อเป็นเช่นนี้ การเก็บภาษีก็ได้เพิ่มขึ้นแน่นอน ไม่ได้คาดหวังจะรอรับของรัฐอย่างเดียว” นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าว







