posttoday
ตีตกเว้นวรรค5สาย แปลงร่าง 'สปช.-สนช.' คุมปฏิรูป

ตีตกเว้นวรรค5สาย แปลงร่าง 'สปช.-สนช.' คุมปฏิรูป

07 มีนาคม 2558

เสียงข้างมากให้เหตุผลว่ารธน.ฉบับชั่วคราวได้ระบุไว้ชัดเจนว่าให้เว้นวรรคทางการเมืองเฉพาะ กมธ.ยกร่างรธน.เท่านั้น

โดย...เจษฏา จี้สละ

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ได้พิจารณาเรื่องบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และไม่เห็นชอบกับข้อเสนอ “เจษฎ์ โทณะวนิก” กมธ.ยกร่างฯ ที่เสนอให้เว้นวรรคองคาพยพของ “แม่น้ำ 5 สาย” อันประกอบด้วย สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กมธ. ยกร่างฯ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นระยะเวลา 2 ปี ไว้ในบทเฉพาะกาล

ข้อเสนอนี้ กมธ.ยกร่างฯ ฝ่ายข้างมาก ตีตก เหตุผล 2 ประการ คือ 1.ไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ในขณะนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 (ฉบับชั่วคราว) ได้กำหนดให้ กมธ.ยกร่างฯ เท่านั้น ที่จะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้ภายใน 2 ปีนี้ เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงขณะที่ สปช. สนช. และอื่นๆ เป็นเพียงผู้เสนอแนวทางในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีอำนาจชี้ขาดทิศทางรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพราะในทางปฏิบัติ กมธ.ยกร่างฯ จะเป็นผู้วินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญในลำดับสุดท้าย

ประการที่ 2 บุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ในขณะนี้ ล้วนแต่เป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นส่วนข้าราชการ องค์กรสำคัญของรัฐ และภาคประชาสังคม จึงสมควรที่จะได้เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติงานรับใช้ประเทศชาติต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นจะเสียบุคลากรสำคัญเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ “คำนูณ สิทธิสมาน” โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงย้ำว่า ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ “เจษฎ์” จึงทำให้ข้อเสนอนี้ตกไป โดย กมธ.ยกร่างฯ มีมติให้ยืนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่า หลังจาก กมธ.ยกร่างฯ พ้นจากตำแหน่งแล้ว ห้ามไปดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง เป็นเวลา 2 ปี

“เสียงข้างมากให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ระบุไว้ชัดเจนว่าให้เว้นวรรคทางการเมืองเฉพาะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น สปช.และ สนช.ไม่รู้เงื่อนไขนี้ล่วงหน้า จึงไม่เหมาะสมที่จะบรรจุเงื่อนไขนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ” คำนูณ ระบุ

อย่างไรก็ตาม “คำนูณ” ยังได้อธิบายว่า  รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าห้าม กมธ.ยกร่างฯ ไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสรรหาคณะต่างๆ ที่จะตั้งขึ้นในอนาคต

หลังจาก กมธ.ยกร่างฯ คว่ำข้อเสนอดังกล่าว “เจษฎ์” ก็กล่าวยอมรับกับการตัดสินใจของ กมธ.ยกร่างฯ และรับได้กับเหตุผลที่ กมธ.ยกร่างฯ อภิปรายในที่ประชุม พร้อมปฏิเสธไม่ได้เป็นความขัดแย้งแต่อย่างใด

“กมธ.ยกร่างฯ ส่วนใหญ่ และผมมองคนละมิติกัน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเมื่อส่วนต่างๆ ทำงานแล้วเสร็จ ก็ควรที่จะทำงานในปลีกย่อยให้เรียบร้อยตามไปด้วย ขณะที่ผมคิดว่าเมื่อแต่ละฝ่ายทำหน้าที่เสร็จสิ้นก็ควรปล่อยให้ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ต่อเป็นผู้รับผิดชอบ” เจษฎ์ อธิบาย

นอกจากประเด็นตีตกเว้นวรรคแม่น้ำ 5 สายแล้ว กมธ.ยกร่างฯ ยังได้พิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม โดยเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” และ “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ” ซึ่งแต่ละองค์กรมีโครงสร้างอำนาจที่สำคัญดังนี้

 “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 120 คน มาจาก สปช. 60 คน สนช. 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปไม่เกิน 30 คน ส่วน “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ” ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 15 คน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการวางหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรดังกล่าว

ทั้งนี้ 2 องค์กรข้างต้นมีหน้าที่สำคัญ 5 ประการ คือ 1.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้วยการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปฏิรูปต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปอื่น ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหมวดปฏิรูป ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เสนอแนวทางปฏิรูปต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้ง 2 องค์กร ก่อนส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี

ขณะที่ประเด็นที่ 2 ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปตามแผนและขั้นตอนในการออกกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้ 3.ส่งเสริมการศึกษา วิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูป4.ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมกับสังคมด้วยกระบวนการสมัชชาเพื่อการปฏิรูป และ 5.ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ื่อให้มีการปฏิรูปสอดคล้องกับบทบัญญัตินี้

เมื่อ “คณะรัฐมนตรี” ได้รับข้อเสนอจากทั้ง 2 องค์กรตามอำนาจหน้าที่ในข้อ 1 จะต้องพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอและสนับสนุนงบประมาณ หากดำเนินการไม่ได้จะต้องชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภาและสภาขับเคล่ื่อนการปฏิรูปประเทศ

สำหรับประเด็นเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ทั้งนี้ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธาน กมธ.ยกร่างฯ จะนำเสนอภาพรวมให้ที่ประชุม สปช.ในวันที่ 10 มี.ค.นี้

“การนำเสนอภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งหมดไม่ได้เป็นการสื่อสารเฉพาะ สปช.เท่านั้น แต่จะเป็นการสื่อสารให้คนทั้งประเทศที่อยากทราบความคืบหน้าของการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วย” บวรศักดิ์ ระบุ

ทั้งหมดนี้ต้องเกาะติด ยิ่งรัฐธรรมนูญใกล้คลอด ยิ่งมีประเด็นและทุกอย่างจะมีคำตอบในไม่ช้านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท