
ติดดาบปราบค้ามนุษย์
นโยบายการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง และยังเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำมาโดยตลอด
นโยบายการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง และยังเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำมาโดยตลอด
ล่าสุด ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์ 177 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในหลักการวาระแรกพร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน
“กฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มอำนาจทางปกครองให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ และกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น” พล.ต.อ.อดุลย์ ระบุ
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอแนวทางให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว พักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ห้ามใช้ยานพาหนะ ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอีก โดยการสั่งการต้องไม่เกินครั้งละ 30 วัน
พร้อมกันนี้ได้กำหนดโทษเจ้าของกิจการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 1 หมื่น - 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 8-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1.6-4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ทั้งนี้ หากถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต







