
ดีเอสไอรับตามเงินธรรมกายเป็นเรื่องยาก
ดีเอสไอหนักใจตามเงินวัดธรรมกาย เปรย "ไซฟ่อนเงิน" ยากตรวจสอบ
ดีเอสไอหนักใจตามเงินวัดธรรมกาย เปรย "ไซฟ่อนเงิน" ยากตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุวชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบสิ่งก่อสร้างภายในวัดพระธรรมกายเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินของวัด และหาความเชื่อมโยงของจำนวนเงินที่มีการยักยอกจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นทั้งนี้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าหรือวันที่ 10 มี.ค. เป็นต้นไป จะมีการสอบปากคำพระธัมมชโยและพระลูกวัดที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเช็ค 878 ฉบับ รวมทั้งบุคคลและนิติบุคคลที่ชื่อปรากฏในเช็คทั้งหมด โดยจะทยอยสอบปากคำวันละ 3-4 คน ส่วนคดีจะรวดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง
“ส่วนเรื่องอายุคดีความนั้นยืนยันไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากคดียักยอกทรัพย์มีอายุความถึง 15 ปี ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี พ.ศ.2552”พ.ต.ท.ปกรณ์ ระบุ
พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังพบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โอนเงินให้กับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย และยังพบว่ามีการโอนเงินต่อไปยังบุคคลอื่นอีกจำนวนหลายกลุ่ม แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่คน ซึ่งมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารกว่า 8-9 แห่ง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการติดตามเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องยากว่าจะเจอเงินจำนวนดังกล่าวนั้นไปสิ้นสุดปลายทางที่ใคร
“ถ้ามีการรับเงินแล้วโอนเงินต่อไปในช่วง 1-2 วัน ก็จะตรวจสอบได้ง่าย แต่ถ้าโอนต่อเข้าไปที่วัดแล้วพักเงินไว้เป็นเวลานาน ก่อนที่จะโอนย้ายเงินให้กับบุคคลอื่นก็จะยากในการติดตามตรวจสอบว่าเงินไปสิ้นสุดที่ใด จุดนี้ถือว่ายากในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะต้องใช้เวลามาก เพราะถ้าเขาไซฟ่อนเงินคนที่เกี่ยวข้องในกระขบวนการนี้ก็จะต้องมีความพยายามยักย้ายถ่ายเทโอนเงิน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินได้”พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่าจะให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปทำการยึดอายัดทรัพย์สินของวัดพระธรรมกาย หากวัดยังไม่มีการคืนเงินบริจาคภายในเดือนมีนาคมนี้ พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ามีการประสานเรื่องดังกล่าวมาที่ดีเอสไอ เพื่อให้เข้าไปยึดอายัดทรัพย์สินของวัด แต่ยืนยันว่าทางดีเอสไอจะเร่งดำเนินการตรวจสอบนำเงินกลับคืนสู่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯทุกราย







