posttoday
เอาอยู่

เอาอยู่

05 มีนาคม 2558

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ 

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ 

ใน การวิเคราะห์สถานการณ์ ฝรั่งมีคำอยู่คำหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วยเสมอ คำนั้นคือ “Why Now?” หรือ “ทำไมต้องเกิดขึ้นในช่วงนี้” ทำไมไม่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้

ท่านผู้อ่านสังเกตไหมว่า เหตุการณ์หลายอย่างทำไมมาเกิดในช่วงเวลานี้ เช่น ทำไมอเมริกาถึงรวมหัวกันออกมาถล่มรัฐบาลประยุทธ์หนักในช่วงนี้ ทำไมผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งปัจจุบันและอดีตออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเรียกร้องให้กลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว โดยมีการเลือกตั้งโดยเร็วเลิกประกาศกฎอัยการศึก

หากไม่พอใจที่ไทยใกล้ชิดกับจีนมากเกินไป ในเมื่อไทยกับจีนใกล้ชิดกันแบบนี้มานานแล้ว แล้วทำไมเพิ่งจะมา “หึง” ไทยในช่วงนี้ เรื่องการฟื้นคืนสู่ประชาธิปไตยนั้นรัฐบาลได้แถลงมานานแล้วว่าขอเวลาในการฟื้นฟูบ้านเมืองให้แข็งแรงตามโรดแมป อเมริกาก็ได้ยินมานานแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมีปฏิกิริยาดุเดือดในช่วงนี้หรือความรู้สึกช้า

ทำไมสมาชิกพรรคการเมืองที่สูญเสียอำนาจเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญกันมากขึ้นในช่วงนี้ ทำไมมีการวางระเบิด 2 ลูกติดกันหน้าสยามพารากอนที่รูปแบบคล้ายกับปี 2553 ทำไมจึงมีระเบิดปลอมให้คนตกใจกลัว หากไม่พอใจ คสช.และรัฐบาลซึ่งน่าจะมีมานานแล้ว ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำ

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองวิเคราะห์ว่ากลุ่มผู้สูญเสียอำนาจเริ่มเคลื่อนแล้ว หลังจากที่ข้อเสนอเรื่องความปรองดอง “บนเงื่อนไขของตน” ไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนิรโทษกรรม การคืนเงินที่ยึดไป การไม่เอาผิดกับยิ่งลักษณ์ ตรงกันข้ามนายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนว่าต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมให้กฎหมายตัดสิน ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ทำให้ความหวังที่จะขอปรองดองบนเงื่อนไขของตนว่างเปล่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากไม่ได้อะไรแล้วอาจรักษาแกนนำและมวลชนไว้ไม่ได้ ขวัญและกำลังใจของคนเสื้อแดงเริ่มหวั่นไหว ยิ่งปล่อยไว้นาน คสช.และรัฐบาลประยุทธ์มีแต่จะได้ ส่วนตัวเองมีแต่ละเสีย ที่หวังว่าจะได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น มีเสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสภาเช่นสมัยก่อนอาจเป็นหมัน

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่าปัญหาของชาติคือระบอบทักษิณที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย คนไทยแตกแยก เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างมโหฬาร นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ คสช.เข้ายึดอำนาจ จุดแข็งของระบอบนี้คือฐานเสียงในภาคอีสานและภาคเหนือ และเงินซื้อเสียง ดังนั้น คสช. ต้องหาทางกันไม่ให้กลุ่มนี้กลับคืนสู่อำนาจอีกผ่านทางรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กฎหมายลูก และมาตรการจำเป็นอื่นๆ ซึ่งกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจตระหนักดี ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นแกนนำพรรคเพื่อไทยเริ่มออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเกือบทุกวัน องค์กรพลัดถิ่นในต่างประเทศเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ฐานคะแนนด้านวัดพระธรรมกายก็เริ่มถูกสั่นคลอน

การเคลื่อนภายในประเทศทำได้ยากเพราะถูกจำกัดโดยกฎอัยการศึก ที่ คสช.และรัฐบาลยืนยันว่าไม่เลิก แกนนำเสื้อแดงจึงเคลื่อนไม่ออกเพราะกฎอัยการศึกและข้อตกลงที่กระทำระหว่างการปรับทัศนคติ สิ่งที่แกนนำพวกนี้ห่วงมากที่สุดคือ การควบคุมการทำธุรกรรมทางการเงินและการอายัดทรัพย์ ดังนั้นจึงต้องจำใจประพฤติตนเป็น “เด็กดี” เพื่อรอคอยโอกาสที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อใด เมื่อเคลื่อนภายในประเทศไม่ได้ หัวหน้าใหญ่ก็ต้องใช้วิธีเคลื่อนจากต่างประเทศ โดยมีอเมริกาเป็นหัวหอก เพื่อกดดัน คสช.และรัฐบาล

แนวโน้มต่อไปอาจมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น โดยมีตัวอย่างเริ่มแล้วที่หน้าสยามพารากอน ล่าสุดมีข่าวว่า คนกลุ่มหนึ่งที่ถูกส่งไปฝึกอบรมในการทำระเบิดในต่างประเทศได้เดินทางกลับมาแล้ว เมื่อพวกนี้กลับมาก็คงไม่อยู่เฉยๆ การวางระเบิดถือว่าเป็นมาตรการที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มก่อการร้ายนิยมทำ เพราะจับตัวผู้ทำได้ยาก ระเบิดเสียงดัง เท่ากับเป็นการโฆษณาไปได้ไกล มีข่าวด้วยว่าให้ระวังการปฏิบัติการลับของสถานทูตอเมริกันผ่านซีไอเอ ซึ่งก่อนหน้านั้นออกไปติดต่อกับกลุ่ม นปช.ในภาคอีสานไว้แล้ว ข่าวกล่าวต่อไปว่า อเมริกันพยายามยั่วยุให้ประชาชนโกรธและมาประท้วงที่หน้าสถานทูต หากไม่มาเขาก็จะจัดตั้งมวลชนมาแทน ให้ขว้างปาสถานทูต ฯลฯ จากนั้นวอชิงตันจะอ้างความชอบธรรมในการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจไทย

หากข้อมูลนี้เป็นจริงเราต้องระมัดระวังให้มาก เพราะรู้กันดีว่าอเมริกันประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายกลุ่มสูญเสียอำนาจซึ่งให้ประโยชน์เขามากกว่า ทั้งเรื่องน้ำมันและการใช้อู่ตะเภา อย่างไรก็ดีรัฐบาลประกาศชัดเจนว่ายังไงก็ไม่เลิกกฎอัยการศึก ทำให้คนไม่กล้ามาชุมนุมประท้วง มีข่าวว่าแม้เจอแรงกดดันจากในและนอกประเทศจากกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจและจากมหาอำนาจ แต่รัฐบาลเชื่อว่า “เอาอยู่” ตราบใดที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุนและให้กำลังใจรัฐบาลในการฟื้นฟูประเทศต่อไป

รัฐบาลชุดนี้มี “จุดเด่น” มากกว่า “จุดด้อย” โดยเฉพาะความนิยมจากประชาชนจากการสำรวจของมาสเตอร์โพลล์ ตามห้วงเวลานับแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่ 6 ที่รัฐบาลบริหารประเทศ ปรากฏว่ารัฐบาลได้คะแนนนิยมในลำดับสูงระหว่าง 8-9 ใน 10 คะแนนตลอดมา โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีได้รับความนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่ แต่จุดด้อยที่ต้องเร่งแก้ไขคือ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงขึ้น ในขณะที่ราคาผลผลิตทางเกษตรโดยเฉพาะยางราคาตกลง ส่วนเศรษฐกิจระดับมหภาคต้องเร่งแก้ไขภาคการส่งออก

หากรักษาจุดเด่นไว้ได้และหาทางแก้ไขจุดด้อยให้น้อยลง ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้อยู่บริหารประเทศไปนานๆ จนบ้านเมืองดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง