
บทเฉพาะกาล ชี้วัดสืบทอดอำนาจ
เนื้อหาสาระที่่ปรากฏในบทเฉพาะกาลเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าจะเปิดช่องรองรับการสืบทอดอำนาจมากน้อยแค่ไหน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่าง “บทเฉพาะกาล” ที่ถือเป็นอีกจุดเปราะบางในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องจะมีการสอดไส้แอบวางกลไก “สืบทอดอำนาจ” หรือไม่
เบื้องต้น เจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โยนหินถามทางเตรียมชงประเด็นกัน แม่น้ำ 5 สาย เข้าสู่ถนนการเมือง 2 ปีหลังพ้นตำแหน่ง ป้องกันข้อครหาเรื่องสืบทอดอำนาจ
เมื่อทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญล้วนแต่มีบทบาทสำคัญในการออกแบบ จัดวางกฎกติกาใหม่ขึ้นมาใช้หลังช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
นอกจากช่วยแก้ปัญหาประเด็นเรื่องส่วนได้ส่วนเสียที่่อาจถูกครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองแล้ว
การออกระเบียบให้แม่น้ำ 5 สาย ต้องเว้นวรรคการเมือง 2 ปี ยังช่วย “ตัดตอน” ป้องกันการสืบทอดอำนาจ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วงและพยายามออกมาดักคอหลายรอบ
เมื่อสิ่งที่ขั้วอำนาจเก่าหรือภาคการเมืองเป็นห่วงที่สุดอยู่ที่การสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ใช่เรื่องกฎระเบียบ หรือการจัดวางโครงสร้างปฏิรูปที่มีกระแสว่า คสช.ตั้งธงจะเข้ามาล้างบางการเมือง
แต่แนวคิดนี้กลับยังจุดกระแสไม่ติดแถมอาจถูกตีตกตั้งแต่แรก เพราะเวลานี้เริ่มมีเสียงคัดค้านจาก สปช. สนช. ที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมและเป็นการลิดรอนสิทธิ หากเป็นเช่นนั้นย่อมทำลายกำแพงและเปิดช่องสู่การสืบทอดอำนาจ
หากส่องดูความคืบหน้าตาม “โรดแมป” ที่ คสช.เคยกางแผนปฏิรูปให้ดู เริ่มปรากฏสัญญาณว่าหลายเรื่องไม่อาจเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในกรอบเวลา สอดรับกับแนวคิดเตรียมหาทางต่ออายุเพื่อสานต่อภารกิจให้ลุล่วง ป้องกันไม่ให้สิ่งที่สู้อุตส่าห์ทำมาต้องเสียของ
“ส่วนสำคัญที่ระบุถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังยกร่างให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากยังมีสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ เพื่อให้กลไกเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด รวมถึงสิ่งที่ยังไม่สามารถทำได้แล้วเสร็จ เช่น การตั้งองค์กรใหม่พร้อมออกกฎหมายรองรับตามรัฐธรรมนูญโดยจะกำหนดระยะเวลาที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ”
จับสัญญาณจากเจษฎ์แนวคิดเรื่อง “องค์กรใหม่” ที่จะมาสานต่อภารกิจปฏิรูปอาจเข้าข่ายเป็นการสืบทอดอำนาจกลายๆ แถมยังได้การรับรองอำนาจหน้าที่และความชอบธรรมผ่านรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องและแยบยล
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูรายละเอียดว่าองค์กรดังกล่าวจะเปิดช่องให้อำนาจหน้าที่แก่สมาชิกมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งหากเป็นอำนาจหน้าที่ทีี่คาบเกี่ยวกับสภานิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร ใครจะมีอำนาจชี้ขาด หากประเด็นนั้นๆ เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป
นอกจากนี้ ยังมองต่อไปถึงบรรดาองค์กรต่างๆ ที่จะออกมาตามรัฐธรรรมนูญและกฎหมายลูก ซึ่งว่ากันว่าอาจเป็นอีกหนึ่งในรูปแบบการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ฯลฯ
เมื่อองค์กรเหล่านี้ไม่มีการห้ามให้แม่น้ำ 5 สายเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ในมืออาจเปิดช่องให้ชี้นำสั่งการให้รัฐบาลหรือรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตาม
แถมยังมีแนวคิด “ปิดล็อก” ป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 5 ปี เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองที่่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาคิดจะรื้อหรือทำลายกลไกต่างๆ ที่กำหนดไว้
เนื้อหาสาระที่่ปรากฏในบทเฉพาะกาลจึงจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าจะเปิดช่องรองรับการสืบทอดอำนาจมากน้อยแค่ไหน







