posttoday
คืนทางเท้าให้ประชาชนริบหนทางคนทำมาหากิน

คืนทางเท้าให้ประชาชนริบหนทางคนทำมาหากิน

04 มีนาคม 2558

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากแล้ว หนึ่งในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของกรุงเทพมหานคร และดึงดูดผู้คนที่มาเที่ยวประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก ก็คือ ร้านค้าแผงลอยต่างๆ ที่กระจายตัวไปทั่วแทบทุกมุมเมือง โดยวางขายอยู่ตามบาทวิถี หรือทางเดินเท้าต่างๆ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนสัญจรคับคั่ง

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากแล้ว หนึ่งในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของกรุงเทพมหานคร และดึงดูดผู้คนที่มาเที่ยวประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก ก็คือ ร้านค้าแผงลอยต่างๆ ที่กระจายตัวไปทั่วแทบทุกมุมเมือง โดยวางขายอยู่ตามบาทวิถี หรือทางเดินเท้าต่างๆ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนสัญจรคับคั่ง

ความนิยมดังกล่าวนั่นเอง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ชาวต่างชาติรู้สึกว่า การที่ร้านค้าเหล่านี้ซึ่งเปรียบได้กับสีสันของเมืองหลวง มีอันต้องถูกอพยพย้ายไปตามมาตรการ “คืนทางเท้าให้ประชาชน” ของรัฐบาลนั้น เป็นประเด็นที่ควรจับตามองทีเดียว

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างแหล่งข่าวหลายรายเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า แม้ชาวไทยจำนวนมากจะแสดงความเห็นด้วยและพอใจในมาตรการดังกล่าว ทว่าชาวไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ก็ต้องประสบกับความยากลำบากที่ไม่ใช่เพียงในการประกอบอาชีพ แต่รวมถึงการดำรงชีวิต

“ถ้าทางการไม่เปลี่ยนใจละก็ คนนับพันจะต้องเดือดร้อน มันจะกระทบกับธุรกิจ ทุกครอบครัวจะมีปัญหากันหมด” มงคล มรดกเพิ่มพันธ์ พ่อค้ากาแฟ วัย 59 หนึ่งในบรรดาผู้ค้าร่วม 3,000 รายของตลาดคลองถมบอกกับเอเอฟพี

มงคลไม่ใช่คนเดียวที่มีความเห็นในลักษณะนี้ จุตติกานต์ จิตช่ำ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว วัย 30 ในสีลมก็ให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า กฎใหม่ที่ห้ามขายก๋วยเตี๋ยวในเวลากลางวัน ทำให้รายได้ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง และไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนของลูกแล้ว

ด้าน นฤมล นิรธรอน นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นว่า แม้การดูแลทางเท้าจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ทางการก็ควรให้ความสำคัญกับผู้ค้าเช่นกัน

“เราเป็นห่วงเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับคนจนที่ต้องขายของข้างถนนเพื่อเลี้ยงชีพ” นฤมล กล่าว “ทางเท้าไม่ใช่มีไว้เฉพาะสำหรับคนเดินถนนอย่างเดียว แต่ว่าเป็นที่สำหรับคนทำมาหากินด้วย”

ขณะเดียวกัน ก็มีบางส่วนที่คิดว่า ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะคงอยู่ได้เพียงไม่นานเท่านั้น พ่อค้าตลาดคลองถมอีกรายซึ่งไม่เปิดเผยนาม บอกกับเอเอฟพีว่า

“ตำรวจมา เราก็ไปหลบ พอเขาไป เราก็กลับออกมาขายใหม่”

นฤมลก็คาดการณ์เช่นเดียวกัน โดยระบุว่า วิถีชีวิตแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมานานเกินกว่าที่จะกำจัดออกไปได้ง่ายๆ

ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากความแออัด กีดขวางทางสัญจรของผู้คน และรถยนต์แล้ว บางครั้งยังมีด้านมืดของตลาดเหล่านี้ ซึ่งทางการพยายามกวาดล้างก็คือเครือข่ายอาชญากรรม รวมไปถึงข้าราชการกังฉินที่อนุญาตให้ร้านค้าแผงลอยเหล่านี้หากินได้ แต่ต้องจ่ายเงินให้ตัวเอง

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า บรรดาร้านค้าต่างๆ จะยังคงได้รับอนุญาตให้ทำการค้าต่อไปได้ ถ้าเปลี่ยนไปขายในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ หรือไม่ขายในช่วงเวลาเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท