
ความจริงอีกด้านที่บ้านนามูล (1)
แรงกดดันส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลถอยเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 คือการต่อต้านการขนส่งอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจแถบขอนแก่น โดยเฉพาะการตีข่าวว่ารัฐใช้ “กำลังทหาร” เข้าจัดการ หลังจากนั้นก็มีสมาชิก สปช.กลุ่มหนึ่งไปลงพื้นที่ ซึ่งผลข่าวยิ่งออกมาแรงกว่าเดิม
แรงกดดันส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลถอยเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 คือการต่อต้านการขนส่งอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจแถบขอนแก่น โดยเฉพาะการตีข่าวว่ารัฐใช้ “กำลังทหาร” เข้าจัดการ หลังจากนั้นก็มีสมาชิก สปช.กลุ่มหนึ่งไปลงพื้นที่ ซึ่งผลข่าวยิ่งออกมาแรงกว่าเดิม
เสาร์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสติดตามสมาชิก สปช.อีกกลุ่มลงพื้นที่โครงการเจาะหลุมดงมูล 5 ต.กรุงเก่า อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ของบริษัท Apico (อพิโก้) และแวะเยี่ยมประชาชนที่ ต.ดูนสาด อ.กระนวนจ.ขอนแก่น ที่เกิดเหตุข้างต้น โดยได้พบกับทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน
โครงการดงมูล 5 เป็นการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผล ซึ่งรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557 บ้านนามูล ต.ดูนสาด จ.ขอนแก่น ถูกเลือกเป็นทางผ่านการขนอุปกรณ์ต่างๆ เพราะถนนฟากกาฬสินธุ์เล็กและคดเคี้ยวไม่ปลอดภัย
หากการสำรวจประสบความสำเร็จก็จะมีการผลิตก๊าซช่วงปลายปี 2559 (20 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน) โดยจะมีการพัฒนาอีกฐานผลิต มีท่อจากหลุมผลิตไปยังโรงแยกก๊าซใน ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เพื่อแยกน้ำและปรับความดัน แล้ววางท่อผ่านอีก 3 ตำบลไปยังสถานีผลิต NGV ขายบนทางหลวง
2110 ใน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ทั้งนี้การผลิตและสร้างโรงแยกก๊าซยังรอการอนุมัติ EIA อีกฉบับ ส่วน EIA สำหรับท่อก๊าซผ่านการอนุมัติแล้ว
หลังจากมีการร้องเรียนว่า EIA ของ Apico ไม่ชอบ คณะผู้ตรวจการแผ่นดินได้เข้าสังเกตการณ์ประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำ EIA ท่อก๊าซ เมื่อเดือน ส.ค. 2557 ผลปรากฏว่ากรมเชื้อเพลิงที่กำกับดูแลเรื่องนี้ได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว
จากกระบวนการมีส่วนร่วมซึ่งมีทั้งการประชุมและการทำแบบสอบถามข้อกังวลในพื้นที่รัศมี 5 กม. EIA จะกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบ อาทิ การบำรุงรักษาถนน จำกัดความเร็วยานพาหนะ และฉีดน้ำไม่ให้ฝุ่นคลุ้ง การตรวจคุณภาพอากาศ เสียง น้ำ ดิน และน้ำใต้ดิน ตลอดจนการประชุมระหว่างบริษัทกับตัวแทนชุมชนที่ฐานเจาะทุกๆ สัปดาห์ ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ปิโตรเลียม หากเกิดความเสียหายใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพประชาชนที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากผู้ประกอบการ เขาต้องรับผิดชอบแก้ไขเยียวยาทั้งหมด
หลังจาก EIA ผ่านแล้ว ก่อนการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนอย่างน้อย 15 วัน Apico จะส่งทีม “เคาะประตู” แจ้งประชาชนในนามูล “ทุกบ้าน” (ที่มีคนอยู่ในวันที่เคาะ) ได้มีการแจก “สินน้ำใจ” เช่น เสื้อ ชุดตัดเล็บ และมีการขอ (แต่ไม่บังคับ) ให้ชาวบ้านเซ็นชื่อรับทราบ
ตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่ถูก NGO โจมตีว่าเป็นการซื้อลายเซ็นชาวบ้านสำหรับ EIA ทั้งที่ EIA จบไปแล้ว บริษัทยืนยันว่าไม่จ่ายค่าเสียเวลาหรือแม้แต่ค่ารถให้ชาวบ้านมาร่วมประชุม EIA เพราะเกรงจะถูกโจมตีว่า “ซื้อเสียง” อย่างไรก็ตาม Apico ทำกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ต่างๆ โดยกระจายลงทุกหมู่บ้าน และใช้งบใน ต.ดูนสาด กว่า 8 แสนบาทในปี 2557
แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะยืนยันกระบวนการ EIA แต่ก็มีอีกหลายประเด็นที่เป็นเชื้อให้เกิดการต่อต้านการสำรวจผลิตปิโตรเลียมในอีสาน โดยเฉพาะหลังจาก NGO นอกพื้นที่เข้าไปให้ข้อมูลที่มักบิดเบือน
เช่น ฉายวิดีโอเล่าผลเสียเกี่ยวกับเทคนิค Fracking ที่ใช้ผลิต Shale Gas ในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความหวาดกลัว ความเป็นจริง Shale/หินดินดานภาคอีสานอยู่ลึกกว่ามาก ทั้งมีสภาพค่อนข้างเหนียว ไม่สามารถใช้เทคโนโลยี Fracking ที่พูดถึงได้
มีการสร้างความโกรธ-เกลียดชังรัฐและผู้ประกอบการ เช่น บอกว่า Apico จะโกยรายได้จากการผลิตทั้งหมดออกไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท คนไทยจะไม่ได้อะไรเลย โดยเฉพาะคนในพื้นที่
(1) การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นกิจกรรมที่ลงทุนสูงมาก ไม่มีใครทำแน่หากไม่สามารถคืนทุน ซึ่งคืนได้เฉพาะกรณีพบปิโตรเลียมพอที่จะผลิต แต่อาจไม่พบ เพราะตามสถิติในประเทศไทย 9 ใน 10 หลุมสำรวจเป็น Dry Hole ผลิตไม่ได้ ในระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ก็มีการชดเชยค่าใช้จ่ายเรียกว่า Cost Oil
(2) นอกจากคืนทุนแล้ว การลงทุนย่อมต้องมีโอกาสทำกำไรด้วย ซึ่งในระบบ PSC เอกชนจะได้ส่วนแบ่งใน Profit Oil
จะเปรียบเทียบว่าระบบไหนให้ผลตอบแทนรัฐดีกว่าต้องคำนวณหลังหักค่าใช้จ่ายและรวมรายได้รัฐทั้งหมด จากระบบสัมปทาน Thailand III ที่ผ่านมาสัดส่วนกำไรรัฐต่อเอกชนได้ 72:28 สูงกว่า PSC ที่ใช้ในแหล่งผลิตของพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย ซึ่งรัฐได้เพียง 59:41 ทั้งนี้ในพื้นที่ตอนล่างของมาเลเซียรัฐอาจได้มากกว่า 80:20 เพราะมีปิโตรเลียมที่อุดมสมบูรณ์กว่า
(3) ตามหลักกฎหมายไทยซึ่งเหมือนกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ทรัพยากรใต้ดินเป็นของรัฐ แปลว่าเป็นของคนทั้งประเทศ ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่ทรัพยากรเป็นของเจ้าของที่ดิน อย่างไรก็ดี กฎหมายไทยกำหนดให้พื้นที่ผลิตได้รับส่วนแบ่งโดยตรงจากค่าภาคหลวง ซึ่งในแปลงบนบกหรือใกล้ชายฝั่งจะจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 60%
ดังนั้น เอกชนไม่สามารถกอบโกยรายได้ทั้งหมด กำไรเอกชน (ถ้ามี) จะต่ำกว่าส่วนของรัฐ กำไรรัฐจะส่งเข้างบประมาณส่วนกลางสำหรับคนทั้งประเทศ ยกเว้นที่เข้าท้องถิ่นโดยตรง
บทความภาค 2 จะเปิดเบื้องหลังการต่อต้านที่บ้านนามูล ประเด็นคัดค้าน ความจริงเรื่อง “กำลังทหาร” รวมทั้งเสนอข้อปรับปรุงเพื่อให้ท้องถิ่นได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรมมากขึ้น







