
บิ๊กตู่ย้ำร่างรธน.ยังไม่ยุติต้องหารือร่วมกันอีก
"ประยุทธ์"เผยร่าง รธน.ทุกอย่างยังไม่มีข้อยุติ ต้องกลับมาหารือร่วมกันอีกครั้ง ชี้ เปิดทางมีนายกฯคนนอกหากเกิดวิกฤตจะได้ไม่ต้องเถียงปม มาตรา7
"ประยุทธ์"เผยร่าง รธน.ทุกอย่างยังไม่มีข้อยุติ ต้องกลับมาหารือร่วมกันอีกครั้ง ชี้ เปิดทางมีนายกฯคนนอกหากเกิดวิกฤตจะได้ไม่ต้องเถียงปม มาตรา7
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า คงจะต้องมีการพูดคุยกันว่าไปถึงไหนแล้ว วันนี้เดินหน้าไปแล้วหลายหมวด ทราบว่าใกล้จะจบแล้ว ซึ่งตนก็ติดตามดูมาตลอด ซึ่งบางอันยังไม่ได้ข้อยุติ
"เอาง่ายๆ ก็แล้วกันว่า ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติเลย อย่าลืมว่า คสช.เข้ามาบริหารราชการในขณะนี้ ตั้ง สนช.มาดูแลเรื่องกฎหมาย ตั้ง สปช.มาเพื่อเตรียมการปฏิรูป ซึ่งคำว่าปฏิรูปคือการทำใหม่ ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด วันนี้เรายังทำและบริหารราชการแผ่นดินแบบเดิมอยู่ เพียงแต่ใช้การสั่งการในลักษณะบูรณาการ ก็ใช้วิธีการทหารลงไปบ้าง พยายามจะไม่ใช้อำนาจพิเศษ ดังนั้นในเรื่องการปฏิรูป มันจะต้องมีการปฏิรูปและต่อเนื่องในรัฐธรรมนูญ แต่ในเรื่องการเลือกตั้งนั้นยังไม่ได้ข้อยุติอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาที่ไปของสว. เดี๋ยวจะมาคุยกันก่อนแล้วดูว่าจะต้องมีอะไรที่เพิ่มขึ้นบ้างหรือปรับอะไรกันบ้าง แต่ยืนยันอย่างหนึ่งว่าวันนี้ สิ่งที่เราต้องการ ผมยังไม่ได้กำหนดอะไรเข้ามาเลย ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เขาคิดกันขึ้นมาและเท่าที่ผมวิเคราะห์ก็คงมาจากเรื่องความหวังดีจากสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตว่าควรจะต้องแก้ไขอย่างไร ผมก็บอกไปแล้วว่าเดี๋ยวจะมาดูให้อีกทีหนึ่งว่า ถ้าคิดแค่มุมเดียวก็จะถูกมองไปอีกอย่างหรือเปล่า แต่อย่าลืมว่าไม่มีอะไรที่จะเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็น ประชาธิปไตยต้องมองให้ทั่วถึง"นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรีที่จะนำคนนอกเข้ามาดำรงตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า นายกคนนอกมากันตอนไหน อย่าลืมว่าในช่วงแรกนายกฯมาจากการเลือกตั้งของสภา ส่วนนายกฯคนนอกนั้นทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ระบุว่า ถ้าหากมีปัญหาตีกันเหมือนครั้งที่แล้วก็จะมีการพูดถึงนายกมาตรา 7 บ้างอะไรบ้าง ซึ่งควไม่มีใครเห็นด้วยว่าอยู่ดีๆ จะเอานายกฯ คนนอกเข้ามา ถ้าปกติเข้ามาไม่ได้อยู่แล้วจะต้องเข้ามาด้วยกระบวนการคัดสรรจากผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ต้องการแก้ไขปัญหาจะได้ไม่มีการมาอ้างขอนายกฯ มาตรา 7 ว่าทำได้หรือไม่ เถียงกันไม่จบไม่สิ้น บริหารประเทศไม่ได้ถ้าเกิดมีปัญหาก็จะต้องหานายกฯ คนนอกเข้ามาเพื่อขัดตาทัพแล้วเดินหน้าประเทศไปก่อน เป็นการแก้ปัญหาตรงนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้า คสช.ด้วยจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดกระแสกดดันระหว่างที่กรรมาธิการยกร่างฯ กำลังทำหน้าที่อยู่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วิธีการเป็นเรื่องสำคัญ บางอย่างไม่ใช่เวลาที่จะออกมาพูด การสร้างความเข้าใจถ้าพูดทุกวันก็จะเกิดความขัดแย้งทุกวัน ซึ่งบางอย่างตนก็ได้พูดคุยไปแล้วว่าให้ลดๆ ลงหน่อย เพราะบางอย่างประชาชนไม่เข้าใจ แล้วหันไปฟังประเด็นเหล่านั้นมากกว่าที่ฟังตนพูด ในขณะที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าประชาชนไม่ตื่นเต้นไม่ให้ความสนใจ แต่กลับไปสนใจเรื่องการยกร่างฯ เตรียมสร้างความขัดแย้งตรงนั้นขึ้นมาอีก
"สิ่งที่เรากำลังแก้ไขในวันนี้ก็เพื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ไปปฏิรูปกันให้ได้ แต่ถ้ามัวเอาตรงโน้นมาปนกับตรงนี้ก็จะตีกันหมด สิ่งสำคัญ คสช.เป็นคนตั้งขึ้นมาทั้งหมด ดังนั้นไม่มีใครมีอำนาจมาสั่งรัฐบาลให้ทำอะไร แต่ตนก็พร้อมรับฟัง อะไรดีก็นำมาใช้เพื่อขับเคลื่อน แต่ไม่ใช่มาชี้ผม ส่วนจะชี้ได้หรือไม่ได้ เดี๋ยวต้องรอให้กรรมาธิการยกร่างฯ ส่งเรื่องกลับมายัง สปช.แล้ว สปช.จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ค่อยไปว่ากัน ซึ่งผมก็จะเข้าไปช่วยดูด้วยอีกครั้งหนึ่งกับ ครม. ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาสักอันหนึ่ง"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า หมายความว่า เมื่อเรื่องมาถึงนายกฯ และครม.ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องไปหารือร่วมกันในจุดต่างๆ ว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขตรงไหนบ้าง
เมื่อถามต่อว่า ยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่าแม่น้ำทั้ง 4 สายจะยังไหลมาลงสู้แม่น้ำเจ้าพระยา นายกฯ กล่าวว่า "มันต้องลงสิ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนที่ต้องเลือกว่าจะทำอย่างไร ซึ่งถ้าผมถามหรือพูดอะไรไปวันนี้ก็จะกลายเป็นว่าผมต้องการแต่ยืนยันว่าผมไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ผมต้องการเพียงให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ดังนั้น 1.ทุกคนจะต้องถามตัวเองว่าจะเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง นี่คือประเด็นสำคัญ 2.ถ้าจะเลือกตั้งแล้วจะเลือกกันอย่างไร 3. ทำอย่างไรจะไม่มีความขัดแย้งและ 4. ทำอย่างไรจะไม่เกิดปัญหาในวันข้างหน้าขึ้นมาอีก ไม่ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้ง หรือระวังทหารจะเข้ามา จะต้องหาทางกันให้เจอ ซึ่งสิ่งแรกคือเรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่าอะไรมันเกิดขึ้น จากนั้นก็ไปว่ากันต่อ ผมไม่รู้แล้ว แต่วันนี้เราต้องเดินหน้าประเทศ ผมขอถามว่าถ้ากลับมาแล้วมีความขัดแย้งเช่นเดิมแล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้ามีการเลือกตั้งผมก็ต้องส่งอำนาจคืนไปทั้งหมด แล้วผมก็ต้องการกลับไปพักผ่อน ถ้าทะเลาะกันอีกแล้วใครจะกลับมาแก้ไม่มีแล้ว
"สำหรับผมหมดแล้วก็เลิกกันไป ดังนั้นทุกคนต้องไปถามตัวเองให้ได้ก่อน วันนี้ทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้ง แต่ถึงเวลาตีกันเยอะๆ ก็จะไม่เลือกกันอีกแล้วจะทำอย่างไรกัน ยืนยันว่าผมไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ให้ใคร ให้คนนั้น คนนี้ขึ้น ไม่มีใครอยากสักคน เดี๋ยวก็จะมากล่าวหากันว่าไม่อยากแล้วเข้ามาทำไม ก็ต้องตอบว่า ก็มันตีกันทำไมเล่า ถ้ามันไม่มีตีกันใครจะเข้ามา เดินหน้าประเทศไม่ได้ แล้วใครจะทำ ถ้าทำได้ ไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งอยู่แล้ว ทำอย่างไรการเมืองเราจะใสสะอาด มีหลักธรรมาภิบาล มีรัฐบาลที่เข้าใจความขัดแย้งได้ ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญมาแล้วไม่ยอมรับกันอีกจะทำอย่างไร ต้องหาคำตอบให้ผม"
เมื่อถามว่านายกฯ เตรียมมาตรการรับมือไว้หรือยังหากเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับร่าง รัฐธรรมนูญที่มีการทำมาจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ยอมรับประเทศไทยก็อยู่กันไม่ได้ ก็ว่ากันไปถ้าไม่อยากอยู่แล้วทำไมตนต้องเตรียมเพียงคนเดียว ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมเพราะเป็นเรื่องของอนาคตที่ทุกคนจะต้องมีความคิดเห็นว่าจะเอาประเทศไปตรงไหนกัน เราจะเอาประเทศขัดแย้งกันด้วยประชาธิปไตยดีหรือไม่ ความขัดแย้งที่ติดกับดักประชาธิปไตยมันใช่หรือไม่ รัฐบาลถ้ามาแล้วไม่ชอบธรรม ไม่มีธรรมาภิบาล มีการทุจริต ทุกคนก็ทราบกันดีวันนี้เอาไปพันกันหมด เอาการเมืองมาสู้กับกระบวนการยุติธรรม เอาประชาชนมาเป็นพวกแบ่งฝ่าย จะต้องยกเลิกให้ได้ วันนี้เราดูแลคนทุกฝ่าย ทุกพวก ทุกจังหวัด ตนไม่ได้รังเกียจใครเลยว่าจะเป็นสีไหน วันนี้ต้องไม่มีสี สามารถอยู่ร่วมกันได้ ใครเป็นรัฐบาลก็จะต้องทำอย่างที่ทุกพวกต้องการ อย่างต่างประเทศพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศส่วนรวม เขาร่วมกันทำ แต่ของไทยค้านกันทุกเรื่อง ประเทศก็ไม่สามารถเดินไปไหนได้ วันนี้สิ่งที่เราทำคือนำของเก่ามาแก้ไข
ทั้งนี้หลายคนมองว่ารัฐบาลนี้ไม่มีผลงาน แต่ตนยืนยันว่า มีผลงานมากซึ่งกำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวจ้องนำเสนออย่างเป็นรูปธรรม วันนี้เราทำและแก้ปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะระเบียบวิธีบริหารจัดการ การทำงานเชิงบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายลงไปถึงการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่มีนายกฯที่ไหนที่จะมาตอบและพูดแบบตน ที่ตนต้องพูดมากก็เพราะต้องการให้เกิดความเข้าใจว่าเราไม่ได้ใช้อำนาจในการปกครอง แต่ใช้ความรู้และสติปัญญาไปศึกษาว่าขับเคลื่อนนโยบายอย่างไร วันนี้ตนเป็นนายกฯที่ทั้งพูด สั่งการและทำไปพร้อมๆ กัน ต้องเก็บข้อมูลทุกอย่างมาซึกษา ซึ่งตนก็ไม่ได้ไปเรียนมาจากไหน แต่ใช้ประสบการณ์และสิ่งที่รับข้อมูลมาจากประชาชน และก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับราชการที่ทำงานหนักอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาก็รับคำสั่งซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นตามอำนาจการบริหารก็ต้องไปแก้ไข ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดวันนี้อย่าไปกังวลว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่ให้ไปกังวลว่าใครจะมาสมัครเป็นรัฐบาล เลือกตั้งเข้ามาและถึงเวลาก็ขอให้สื่อไปไล่ถามเหมือนที่ถามตน
เมื่อถามว่า นายกฯ จะทำอย่างไรให้นโยบายดีๆ ของรัฐบาลชุดนี้สามารถให้รัฐบาลชุดต่อไปทำต่อเนื่องได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องให้ประชาชนไปบังคับเพราะไปเลือกเขาเข้ามา ถ้าไม่ดีก็อย่าเลือก ต้องถามเลยว่าการที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่การเป็นรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรบ้าง ทำแบบไหนให้กับประชาชนจะมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร มีการใช้จ่ายงบประมาณ ขจัดการทุจริตและดูแลข้าราชการอย่างไร ซึ่งหากมีคำถามแบบนี้อาจจะไม่ใครเข้ามาสมัครก็ได้ ต้องถามให้ละเอียดว่าใครจะมาเป็นนายกฯ แล้วถ้ามีนโยบายแบบนี้จะหาเงินจากไหน ควรจะต้องมีการแถลงสิ่งที่จะทำก่อนที่จะเข้ามา ไม่ใช่หาเสียงในเรื่องราคาข้าวจะมีราคาเท่านั้น เท่านี้ คนก็ชอบกันหมด







