
พิจิตรแล้งเจอไฟไหม้วัชพืชควันพิษทั่วเมือง
พิจิตร-ภัยแล้งคุกคามหนักบึงสีไฟน้ำแห้งขอดแถมยังเกิดไฟไหม้วัชพืชส่งผลอากาศเป็นมลพิษทั่วเมือง
พิจิตร-ภัยแล้งคุกคามหนักบึงสีไฟน้ำแห้งขอดแถมยังเกิดไฟไหม้วัชพืชส่งผลอากาศเป็นมลพิษทั่วเมือง
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.พิจิตร กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อบึงสีไฟซึ่งเป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ มีพื้นที่กว่า 5,000 ไร่น้ำได้แห้งขอด คงมีเหลือเพียงพื้นที่ที่เป็นท้องกระทะประมาณ 1,500 ไร่ เท่านั้นที่ยังคงมีน้ำขัง ส่วนบริเวณอื่นๆน้ำแห้งจนเห็นเนินดินและวัชพืชที่ขึ้นอย่างหนาแน่น ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อนและแห้งแล้งจึงทำให้เกิดไปไหม้วัชพืชในบึงสีไฟมานานกว่า 7 วันแล้ว โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ควันไฟได้พวยพุ่งแผ่รัศมีเป็นวงกว้าง ทำให้บ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมบึงสีไฟและในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร รวมถึงโรงพยาบาลพิจิตร ได้รับผลกระทบจากมลภาวะอากาศที่เป็นพิษ
ล่าสุดหน่วยกู้ภัยและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยพิจิตรพยายามเข้าไปดับไฟ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของเพลิงที่รุกไหม้กลางบึงสีไฟไม่ได้จึงทำให้ขณะนี้ยังคงเกิดไฟลุกไหม้กลางบึงสีไฟดังกล่าว
นายสุรชัย กล่าวว่า ได้เรียกประชุมด่วนกับทุกฝ่าย ว่าจะต้องหาวิธีดับไฟที่กำลังลุกไหม้ที่กลางบึงสีไฟให้จงได้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยเกิดเมื่อปีที่แล้วมาแล้วครั้งหนึ่ง มาคราวนี้ก็เกิดซ้ำขึ้นอีก จากการสืบสวนคาดว่าน่าจะเกิดจากฝีมือของชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกทำนาบัวในบึงสีไฟ เมื่อถึงหน้าแล้งก็ถือโอกาสเผาวัชพืชเพื่อหวังว่าเมื่อถึงหน้าฝนมีน้ำหลากเข้าบึงสีไฟจะได้ปลูกบัว แต่พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม จึงได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารไปหาตัวชาวบ้านทั้งหมดซึ่งมีบัญชีอยู่แล้ว ว่าประมาณ 40-50 คน ที่ทำมาหากินอยู่ในบึงสีไฟให้ไปเชิญตัวมาเพื่อประชุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงต้องให้ไปช่วยกันดับไฟ ถ้ายังขัดขืนจะทำเรื่องไปถึงกรมเจ้าท่าให้มาดำเนินการอย่างเด็ดขาด







