posttoday
สนช.ตั้ง‘ลูก-เมีย’ สะเทือนปฏิรูปจริยธรรม

สนช.ตั้ง‘ลูก-เมีย’ สะเทือนปฏิรูปจริยธรรม

03 มีนาคม 2558

สั่นสะเทือนไปทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า สนช.หลายคนแต่งตั้งบุคคลในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเข้ามาช่วยงาน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สั่นสะเทือนไปทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า สนช.หลายคนแต่งตั้งบุคคลในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเข้ามาช่วยงาน ทั้งตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยประจำตัว สนช. ที่กำลังถูกตั้งคำถามถึงความ “ถูกต้อง” และ ​“เหมาะสม” ​

เสียงสะท้อนจาก “มาสเตอร์โพล”​ ระบุว่า กลุ่มตัวอย่าง 56.3% ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งทำนองนี้ เพราะอยากให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มาทำงาน อยากให้มีความคิดที่หลากหลายในการทำงานที่สำคัญ

“เป็นการทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อ สนช.เอง ทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดี ควรเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถ จะเกิดข้อครหาได้ถึงแม้จะเจตนาดี แต่ก็ไม่ควรทำ อาจจะดูไม่โปร่งใส อาจมีการเอื้อผลประโยชน์ต่อกัน”

มีเพียงแค่​ 12.4% ที่เห็นด้วย เพราะคิดว่าคนใกล้ชิดน่าจะเข้าใจกันได้ดีกว่า จะได้ทำงานง่ายขึ้น การทำงานต้องการคนที่ไว้ใจได้ ถ้ามีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมก็น่าจะทำได้ การทำงานจะได้คล่องตัวมากขึ้น

แม้ สนช.​จะออกมาชี้แจงว่าประเด็นนี้ไม่ผิดกฎหมายหรือข้อบังคับ แต่ในแง่ความเหมาะสมคต้องถกเถียงกันอีกยาว โดยเฉพาะกับสถานะของ สนช.ที่ถือเป็นแม่น้ำ 1 ใน 5 สาย ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูป วางโครงสร้างสังคม ที่มีเป้าหมายต้องการส่งเสริมเรื่องคุณธรรมจริยธรรม

ก่อนหน้านี้ “นักการเมือง” ซึ่งเคยถูกตีตราว่ามีปัญหาเรื่องจริยธรรมคุณธรรม ก็เคยประสบปัญหาจนถูกต่อว่าต่อขานเรื่องการแต่งตั้งคนใกล้ชิดเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วย ที่ปรึกษา เกิดสภาวะ “กินรวบ” ​ตอกย้ำกับสภาพสภาผัวเมีย แต่ระยะหลังเมื่อสังคมเข้ามาจับจ้องสถานการณ์จึงเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

แต่สุดท้าย สนช.ที่มีภาระหน้าที่ต้องกอบกู้จริยธรรมคุณธรรม สมควรจะต้องมีความเข้มงวดกับเรื่องนี้มากกว่า สส. สว.ในอดีต กลับต้องมา “ตกม้าตาย” พลาดด้วยเรื่องที่ไม่ควรพลาด

ยิ่งสถานะของ สนช.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องทำพื้นที่ ไม่ต้องหาเสียง สมควรจะต้องมี “มาตรฐาน” ที่สูงกว่านักการเมืองปกติ เพื่อวางเกณฑ์ไว้เป็น “บรรทัดฐาน” ที่ดีต่อไป

พิจารณาจากคำชี้แจงจาก ศ.พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ​ที่อธิบายว่า ไม่มีระเบียบข้อบังคับเรื่องการห้ามแต่งตั้งลูกเมีย เครือญาติมาดำรงตำแหน่ง แค่กำหนดหลักการและคุณสมบัติ ไม่เคยต้องคดีมาก่อน และ สนช.อาจต้องการคนที่มีความไว้วางใจมาช่วยงาน จึงดึงคนใกล้ชิดมาเป็น สนช. ปฏิบัติตามระเบียบเดิมของสภาที่มีมาก่อนหน้านี้

คำชี้แจงเหล่านี้ดูจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะสังคมคาดหวังเรื่องจริยธรรมคุณธรรมในระดับที่มากกว่า สส. สว.​ การชี้แจงที่ออกมาย้ำแค่เรื่องข้อกฎหมายจึงไร้น้ำหนัก

​ไม่ต่างจาก ตวง อันทะไชย หนึ่งใน สนช.ที่แต่งตั้งบุตรชายมาเป็นผู้ช่วยประจำตัว สนช. ยอมรับว่า​ “ถ้าไม่ให้ลูกมาช่วย จะให้ใครมาช่วยงานในลักษณะนี้ เงินเดือน 1 หมื่นกว่าบาทไม่เพียงพอต่อการเดินทางด้วยซ้ำ”

ประเด็นนี้ถูกวิจารณ์หนัก หลายคนมองว่าหากไม่สามารถหาคนมาช่วยงานได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ ซึ่งจะดีกับตัวเองและดีกับทุกฝ่ายช่วยประหยัดงบประมาณ และวางบรรทัดฐานที่ดีกับสังคมต่อไป

พฤติกรรมเช่นนี้ได้ลดความน่าเชื่อถือของ สนช.ลงไปมาก การจะผลักดันประเด็น หรือวางกลไกยกระดับมาตรฐานจริยธรรมคุณธรรม โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป หากบุคคลที่วางกลไกเหล่านี้ต้องพัวพันกับข้อครหา

ล่าสุด สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ความเห็นชอบเตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.องค์กรสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายกู้ภาพลักษณ์ ยกระดับคุณธรรมจริยธรรมที่ห่างหายไปจากสังคมให้ฟื้นกลับคืนมา

แต่เมื่อ สนช.ซึ่งจะต้องเป็นกลไกหลักพิจารณาให้ความเห็นชอบกฎหมายนี้กลับต้องมาพัวพันกับปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมต้องการแก้ไข

ดังนั้น การแต่งตั้งลูกเมียเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นปัญหาที่สะท้อนทั้งวิธีคิดและกระบวนการทำงานที่จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่จะออกมา โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำและเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช.ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69