posttoday
อย่าชะล่าใจ

อย่าชะล่าใจ

03 มีนาคม 2558

แนวคิดของนายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ออกมาระบุว่าจะปรับการใช้เงินพยุงราคายางพาราในส่วนที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับใช้รับซื้อน้ำยางดิบและยางก้อนถ้วยจากเกษตรกร มาเป็นการใช้เพื่อการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ หรือยางแผ่นรมควันแทน เพื่อส่งขายให้กับองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของรัฐบาล

แนวคิดของนายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ออกมาระบุว่าจะปรับการใช้เงินพยุงราคายางพาราในส่วนที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับใช้รับซื้อน้ำยางดิบและยางก้อนถ้วยจากเกษตรกร มาเป็นการใช้เพื่อการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ หรือยางแผ่นรมควันแทน เพื่อส่งขายให้กับองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของรัฐบาล

แม้ว่าปัจจุบันราคายางพาราในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น จนราคาน้ำยางพาราขยับเพิ่มจาก 37-39 บาท/กิโลกรัม เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ไปยืนอยู่ในระดับ 47 บาท/กิโลกรัม ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มจาก 42-45 บาท/กิโลกรัม มาอยู่ที่ 62 บาท/กิโลกรัม แต่ถือว่ายังต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนของเกษตรกร และยังไม่ขยับไปถึงระดับเป้าหมาย 60 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับที่สามารถทำให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราลืมตาอ้าปากได้

ดำริทางนโยบายของฝ่ายบริหารในมาตรการพยุงราคายางนั้นจำเป็นต้องขบคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ถ้าหากมาตรการดังกล่าวสามารถผลักดันจนเกิดการไล่ซื้อน้ำยางได้จริง การที่จู่ๆ รัฐบาลประกาศเลิกใช้งบก้อนดังกล่าวมาใช้ในการดูแลราคายาง ย่อมกลายเป็นช่องทางให้พ่อค้าที่รับซื้อยางพาราจะลดปริมาณการซื้อลงได้ และทำให้ราคายางพาราที่เกษตรกรปลูกอยู่ทั่วประเทศลดลงได้

การที่รัฐบาลประกาศปรับลดงบสำหรับซื้ออาวุธลงในยามประเทศเข้าสู่ภาวะสงคราม ย่อมทำให้ประเทศคู่ต่อสู้เกิดความฮึกเหิมย่ามใจเป็นฉันใด การปรับวงเงินอันน้อยนิดแค่ 2,000 ล้านบาท ที่จะใช้ซื้อน้ำยางดิบจากตลาดเพื่อลดปริมาณและสร้างความต้องการของผู้ผลิตก็เป็นเช่นนั้น

รัฐบาลจำเป็นต้องยืนยันในมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรและบรรดาพ่อค้า และต้องพยายามทำให้ตลาดยางพารามีเสถียรภาพด้านราคาให้ได้ มิใช่พอเริ่มตั้งหลักได้ก็เลิกมาตรการ และต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลมีสต๊อกยางพารา 2.1 แสนตัน ที่พร้อมจะกดดันราคาในตลาดโลกอยู่ในมือ

ผู้บริหารทางนโยบายจำเป็นต้องตระหนักว่ารัฐบาลมีงบประมาณอันจำกัดในการดูแลยางพารา มีหน้าตักแค่ 6,000 ล้านบาทเท่านั้น รับซื้อยางได้ไม่กี่ล้านตันก็หมดแล้ว การจะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคานั้นจำเป็นต้องสร้างความเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่นในตลาด

สิ่งที่ควรดำเนินการในการแก้ปัญหายางพาราเพื่อสร้างความยั่งยืน คือ การหาวิธีการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น มิใช่แค่ขายน้ำยางดิบ ผลิตยางแผ่นที่บรรพบุรุษทำมาในหลายชั่วอายุคนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเกษตรกรไทยจะเป็นแค่ผู้ขายวัตถุดิบและไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท