
ทุนไทยแห่ซื้อกิจการขยายธุรกิจ
กลุ่มทุนยักษ์ไทย เปิดแผนปี 2558 โตจากการไล่ซื้อกิจการ สิงห์ฯ ใช้ 2 หมื่นล้าน ด้านไมเนอร์ เล็งโรงแรมทั่วโลก
กลุ่มทุนยักษ์ไทย เปิดแผนปี 2558 โตจากการไล่ซื้อกิจการ สิงห์ฯ ใช้ 2 หมื่นล้าน ด้านไมเนอร์ เล็งโรงแรมทั่วโลก
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า แผนลงทุนปี 2558 เตรียมงบไว้ 2 หมื่นล้านบาท จากแผนลงทุน 5 ปี (2558-2562) ใช้เงินลงทุนรวม 1 แสนล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวเตรียมไว้ซื้อกิจการโรงแรมประมาณ 3 แห่ง มูลค่า 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งสนใจซื้อโรงแรมในกลุ่มประเทศอาเซียน และยังสนใจซื้อธุุรกิจช็อปปิ้งมอลล์ 2-3 แห่งด้วย
นอกจากนี้ จะใช้ขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เน้นการซื้อกิจการและร่วมทุน โดยสัดส่วนรายได้ในช่วง 5 ปีแรกนี้จะมาจาก กิจการที่เทกโอเวอร์ 70% และรายได้จากการพัฒนาโครงการเอง 30% ในเบื้องต้นเม็ดเงินดังกล่าวจะนำไปซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท เพิ่มทุนพัฒนา 2 โครงการใหม่ในส่วนของสิงห์เอง คือ คอนโดมิเนียม ย่านอโศก (สิงห์ เฮ้าส์เดิม) และบ้านหรูย่านประดิษฐ์มนูธรรม
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มโรงแรม 2,000 ล้านบาท และรายได้จากเนอวานาประมาณ 2,000 ล้านบาท
ขณะที่สิงห์ เอสเตท กับบริษัท เนอวานา ได้ลงนามในสัญญาแลกหุ้นกัน โดยสิงห์จะออกหุ้นใหม่ 186,509,792 หุ้น ให้แก่เนอวานา เพื่อแลกกับหุ้นเดิมของเนอวานา 3,649,993 หุ้น ซึ่งจะส่งผลให้ สิงห์ เอสเตท ได้ถือหุ้นในเนอวานา 51% ส่วนผู้ถือหุ้นเดิมจะถืออยู่ที่ 49% ในขณะที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมของเนอวานาจะถือหุ้นในสิงห์ เอสเตท 3.8%
ทั้งนี้ การร่วมกิจการกับเนอวานาเป็นไปตามแผนที่จะหาพันธมิตรในการสร้างโอกาสเติบโตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มสิงห์ ซึ่งในกลุ่มที่อยู่อาศัยมีการเจรจาร่วมกิจการกับเนอวานาเพียงรายเดียวในปีนี้ ซึ่งเนอวานามีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 700 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 715 ล้านบาท เป็น 1,415 ล้านบาท โดยส่วนเพิ่มทุน 700 ล้านบาท สิงห์จะใส่เงินเข้าไปตามสัดส่วน 51% และผู้ถือหุ้นเนอวานาเดิมใส่เงินเพิ่มเข้าไป 49% เพื่อนำไปขยายลงทุน
นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การลงทุนของเนอวานานับจากนี้จะก้าวกระโดดกว่าในอดีต โดยปีนี้จะมีโครงการใหม่มากถึง 5 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 2 โครงการแนวราบ และ 3 โครงการคอนโดมิเนียม
ด้าน นายวิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็คกี้ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า หลังจากนี้พร้อมหาโอกาสลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป และอเมริกาใต้จะได้เห็นมากขึ้น หลังบริษัทไปตั้งสำนักงานในโปรตุเกส ซึ่งธุรกิจโรงแรมจะมีทั้งรูปแบบเป็นเจ้าของ ลงทุนแต่ไม่บริหาร หรือไปรับบริหาร ขึ้นอยู่กับโอกาส ขณะที่ธุรกิจอาหารจะขยายควบคู่ไปในพื้นที่ลงทุนโรงแรม







