
ปชป.ชี้พท.ส่ง"ณัฐวุฒิ"ลงสส.กทม.หวังกดดันศาล
เทพไท ชี้เพื่อไทยส่ง "ณัฐวุฒิ" ลงสส.กทม.หวังสร้างประเด็นการเมืองกดดันศาลที่จะมีการยื่นประกันตัวโดยทนายความในสัปดาห์หน้า
เทพไท ชี้เพื่อไทยส่ง "ณัฐวุฒิ" ลงสส.กทม.หวังสร้างประเด็นการเมืองกดดันศาลที่จะมีการยื่นประกันตัวโดยทนายความในสัปดาห์หน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรมหันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.เสนอชื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย ว่า ตนไม่เข้าใจว่ากลไกการทำงานของพรรคเพื่อไทย ผู้มีอำนาจสูงสุดยังเป็นคณะผู้บริหารพรรคอยู่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพรรคอาจไม่ส่งผู้สมัคร แต่เมื่อนายจตุพรประกาศว่าพร้อมส่งนายณัฐวุฒิ จึงไม่ทราบว่าใครคือผู้มีอำนาจเต็มในพรรคกันแน่ แต่ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งใคร พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสู้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การหยิบชื่อนายณัฐวุฒิผู้ต้องหาก่อการร้ายที่ถูกคุมขังขึ้นมาเป็นผู้สมัคร ไม่ทราบว่าต้องให้กกต.ยกทีมไปรับสมัครถึงในคุกหรือไม่ และเห็นว่าควรจะสู้คดีก่อการร้ายให้เสร็จเสียก่อน และหากจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ควรไปลงที่จ.นครศรีธรรมราช บ้านเกิดจะดีกว่า เพราะคนนครฯ รอคอยการกลับมาของนายณัฐวุฒิเพื่อไปพิสูจน์ในนามพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทดสอบว่าเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมีมนต์ขลังพอจะชนะใจคนนครฯ ได้หรือไม่
นายเทพไท กล่าวอีกว่า เชื่อว่าการหยิบยกประเด็นผู้สมัครของนายณัฐวุฒิขึ้นมา น่าจะมาจากเหตุผลคือ 1.สร้างประเด็นทางการเมืองกดดันศาลที่จะมีการยื่นประกันตัวโดยทนายความในสัปดาห์หน้า 2.พรรคเพื่อไทยไม่มีผู้สมัครที่จะมาสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ เลยหยิบเอาชื่อนักโทษก่อการร้ายมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าพ่ายแพ้ก็จะมีข้ออ้างว่าไม่ได้ออกไปหาเสียงด้วยตนเอง 3.เป็นการใช้แนวความคิดเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณที่จะใช้ผลการเลือกตั้งฟอกตัวเอง ถ้าได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ก็จะอ้างว่าการกระทำของตัวเองถูกตองเป็นที่ยอมรับของประชาชน ดังนั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยหรือนายจตุพรจะเอาผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 6 เป็นการวัดศรัทธาประชาชนที่มีต่อการชุมนุมคนเสื้อแดงว่าได้รับการยอมรับหรือไม่ก็อยากเสนอว่าจตุพรไม่ควรเอาชื่อของนายณัฐวุฒิขึ้นมาเป็นผู้สมัคร น่าจะใช้จตุพรเองมาจะดีกว่า โดยเสียสละลาออกจากส.ศ.สัดส่วน และลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในนามพรรคเพื่อไทยได้ เพราะมีคุณสมบัติครบ ไม่ต้องตีความให้เสียเวลา เพียงแต่ว่าคนอย่างนายจตุพรกล้าพอที่จะพิสูจน์ศรัทธาประชาชนตัวต่อตัวหรือไม่ ที่ผ่านมาเป็นส.ส.สัดส่วนก็เพราะอาศัยใบบุญของพ.ต.ท.ทักษิณ ไมได้เป้นความสามารถเฉพาะตัวแต่อย่างใด







