
'อัครา'รุกกลับทีมวิชาการรังสิต
อัคราฯ หาช่องทางกฎหมาย เอาผิดนักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิตเผยแพร่ข้อความเท็จ
อัคราฯ หาช่องทางกฎหมาย เอาผิดนักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิตเผยแพร่ข้อความเท็จ
ชาวบ้านจำนวน 3 คน ซึ่งมีที่นาอยู่ในพื้นที่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร รวม 100 ไร่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ทับคล้อ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นของทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต
นายฉลวย เขียวเทียน นายอำนวย นามนา และ น.ส.พิมพ์ใจ จันทร์ขำ เป็นเจ้าของที่นาซึ่งอยู่ติดกับบ่อกักเก็บกากแร่ของบริษัทอัครารีซอร์สเซส โดยทั้ง 3 กังวลว่าหลังจากนี้จะไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ เนื่องจากผู้บริโภคไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยของผลผลิต
ทั้งนี้ เนื่องจากนายสมิทธ์ตุงคะสมิต หัวหน้าทีมวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีไซยาไนด์จากเหมืองทองคำรั่วไหลเข้ามายังที่นา และยังนำภาพที่นาซึ่ง 2 ใน 3 ผู้แจ้งความเป็นเจ้าของมาแสดงด้วย
นอกจากนี้ ชาวบ้านทั้ง 3 คน ยังแจ้งความไว้ว่า น.ส.สมลักษณ์ หุตานุวัตร นักวิชาการอิสระ เป็นผู้เผยแพร่ข้อความดังกล่าวเป็นรายที่ 2
สำหรับสาเหตุที่พื้นที่นามีน้ำเจิ่งนอง ชาวบ้านทั้ง 3 คน ยืนยันตรงกันว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นมานานก่อนที่จะมีเหมืองทองคำ เชื่อว่าไม่ใช่การรั่วไหลจากเหมืองทอง ส่วนกลิ่นเหม็นเป็นเพราะใช้สารฆ่าหญ้า
นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัท อัคราฯ กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทำให้บริษัทเสียหาย สร้างความกังวลในหมู่ชาวบ้านใกล้เคียง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกำลังหาช่องทางดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูล เพราะอาจทำให้บริษัทเสียหายหลายร้อยล้านบาท
อนึ่ง เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านจำนวน 5 คน เข้าแจ้งความไว้กับ สภ.ทับคล้อ ว่าพบความผิดปกติในที่นาบริเวณข้างบ่อกักเก็บกากแร่ในช่วงค่ำของวันที่ 10 ก.พ. เนื่องจากมีน้ำเจิ่งนอง จึงกังวลว่าอาจรั่วมาจากเหมืองทองคำ







