posttoday
ถ้าไม่เห็นในใจตนมันก็ยาก

ถ้าไม่เห็นในใจตนมันก็ยาก

01 มีนาคม 2558

พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม โฆษกมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม โฆษกมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน แถลงว่า ที่ประชุมยืนยันว่า มติของมหาเถรสมาคม (มส.) เดิม เมื่อปี 2549 ถูกต้องแล้ว กล่าวคือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่มีเจตนาขัดพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และไม่มีเจตนาฉ้อโกง จึงถือว่าพ้นมลทิน และในปี 2549 ได้มีมติถวายคืนสมณศักดิ์ให้กับพระธัมมชโย อีกทั้งในปี 2554 ยังได้เลื่อนสมณศักดิ์จากยศพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เป็น พระเทพญาณมหามุนี

“หลักการพิจารณาทางสงฆ์ ความผิดยักยอกทรัพย์สำเร็จหรือไม่ จะดูที่เจตนาเป็นหลัก ในกรณีนี้ มีที่มาของทรัพย์สินถูกต้องคือ มาจากพุทธศาสนิกชน และเมื่อมีพระลิขิต ก็ได้มีการทยอยคืนทรัพย์สินแก่วัดทันที จึงถือว่ามีเจตนาไม่ฉ้อโกง” พระพรหมเมธี ระบุ

เรื่องเดิมคือในปี 2542 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระลิขิตให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจากยักยอกทรัพย์ของวัดพระธรรมกาย 

พระลิขิตดังกล่าว มีใจความโดยสรุปว่า “การโกงสมบัติผู้อื่นตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไปคือประมาณไม่ถึง 300 บาท ในปัจจุบันภิกษุนั้นต้องอาบัติปาราชิกฐานผิด พระธรรมวินัยพ้นจากความเป็นพระทันที ในกรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้เห็นหรือไม่ ไม่ว่าจะมีการสั่งให้สึก ไม่ว่าจะมีการจับสึกหรือไม่ก็ตาม ภิกษุผู้ละเมิดพระธรรมวินัยข้อนี้ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นพระโดยอัตโนมัติ ที่ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อเตือนให้รู้ทั่วกันว่า ผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นไม่ใช่พระในพุทธศาสนา เป็นเพียงผู้นำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง เป็นพระปลอม”

ความข้างต้นนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีคิด วิธีพิจารณาของ มส. ซึ่งแน่นอนว่า ไปไม่ได้กับพระภิกษุที่เคร่งครัดในการปฏิบัติ และไปไม่ได้แม้แต่กับทางโลกซึ่งถือว่า เป็นความผิดสำเร็จแล้ว

เพราะคิดต่างกันจึงทำต่างกัน เพราะทำต่างกันผลกรรมจึงต่างกัน

หลวงพ่อชา สุภัทโท พระสุปฏิปันโนร่วมสมัยมีประสบการณ์และวางกฎเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติในหมู่เครือข่ายวัดหนองป่าพงไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

“...ก่อนมาอยู่วัดหนองป่าพงหลายสิบปี ผมก็ตั้งใจจะทิ้งเงิน ตลอดทั้งพรรษา 2 เดือนกว่า ยังตัดสินใจไม่ได้ จวนจะออกพรรษาแล้ว จับเงินในกระเป๋ามีอยู่หลายร้อยเหมือนกัน ตกลงใจว่า วันนี้จะต้องเลิก เมื่อมันทะลุปั๊บ ตกลงว่าจะเลิกเท่านั้น เลยสบาย ตอนเช้าถือกระเป๋าสตางค์มาพบเพื่อนองค์หนึ่ง เป็นมหาเปรียญ ท่านกำลังล้างหน้าอยู่ ผมโยนกระเป๋าสตางค์ให้แล้วว่า นิมนต์เถิดท่านมหา เอาไปเถิด เอาไปเรียนหนังสือเลย ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมเลิกแล้ว ตกลงกันแล้วเมื่อคืนนี้ ตกลงกันแล้ว ช่วยเป็นพยานให้ผมด้วย ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ ผมจะไม่แตะต้องเงินเป็นอันขาด ตั้งแต่วันนั้นมาผมยังไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยซื้อ ไม่เคยแลก ไม่เคยเปลี่ยน มีแต่ปฏิบัติ...”

ท่านว่า เรื่องพระวินัยนี้ ถ้าหากมันไม่เห็นในใจตน มันก็ยาก

“เอาเงินค่ารถหมกไว้ไม่ให้ใครรู้แต่ตัวเรารู้ พระอื่นไม่รู้แต่เรานี่รู้ เพราะเราก็เป็นพระเหมือนกัน ร้อนระอุอยู่อย่างนั้น...”

ท่านว่า พอไม่มีเงินแล้วไม่ต้องห่วงค่ารถเพราะไม่ใช่ว่าไปไหนไม่ได้ ไม่มีค่ารถก็เดินเอา ทำจริงๆ เสีย เดี๋ยวก็มีคนนิมนต์ขึ้นรถเอง เพราะการรักษาศีลข้อนี้เป็นการสร้างบารมี เมื่อญาติโยมเลื่อมใสแล้วก็จะมีจิตศรัทธาช่วยเหลือเอง

มีสิกขาบทในพระวินัยบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องเงินทองไว้หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ “ภิกษุรับเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นรับก็ดีซึ่งทองและเงินหรือยินดีทองและเงินที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์...”

หลวงพ่อชาได้มีวิธีการจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยแม่ชียู้เล่าไว้ในประวัติหลวงพ่อชาว่า

 “เมื่อญาติโยมมาถวายปัจจัย ท่านจะมีไวยาวัจกรเป็นผู้เก็บไว้ โดยท่านจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ถ้าเขาจะโกงกินก็กินกันจนอาเจียนนั่นแหละ บางครั้งไวยาวัจกรไม่อยู่ ท่านก็ให้เขาเอาปัจจัยใส่ไว้ในสมุด แล้วท่านก็ไปทำธุระของท่าน ไม่ได้เอามาใส่ใจกับปัจจัยนั้น กลับมาอีกครั้งปัจจัยหายไป เหลือแต่สมุดเปล่าๆ ก็มี ท่านก็จะไม่ไปโจษขานซักไซ้ไล่เลียงเอากับผู้อื่นว่า ใครมาที่นี่บ้าง เห็นพระเห็นโยมมาที่นี่ไหม

ท่านจะว่า เขาไม่มี เขาถึงมาเอา”

หลวงพ่อชาบอกว่า ต้องพิถีพิถันในเรื่องพระวินัย

“...ถ้าจะถวายใบปวารณาก็ให้เขียนใบปวารณามีใจความว่า ข้าพเจ้ามีศรัทธาถวายปัจจัยเป็นมูลค่า 50 บาท หรือเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อพระคุณเจ้าต้องการปัจจัยอันควร จงเรียกเอาจากไวยาวัจกรเทอญ แล้วถวายใบปวารณาให้ตัวปัจจัยก็มอบให้ไวยาวัจกรไปอย่างนี้ก็ได้ หรือท่านไปองค์เดียวก็รับเงินไม่ได้ โยมก็เก็บเอาไว้เองก็ได้ เมื่อท่านต้องการก็ให้เขียนหนังสือมา หรือส่งใครมารับก็ได้ แต่มันยากหน่อย ถ้าหากเอาตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆ ก็ดีอย่างนี้ เพราะว่า ต้องรักษาพระวินัยให้ยืนนานถาวร...”

ครับ ที่หลวงพ่อชากล่าวนั้นเป็นสัจธรรมโดยแท้ “ไม่ให้ใครรู้แต่ตัวเรารู้ พระอื่นไม่รู้แต่เรานี่รู้ เพราะเราก็เป็นพระเหมือนกัน ร้อนระอุอยู่อย่างนั้น...”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท