
บุญใหญ่ได้ไปกราบสังเวชนีย์ อินเดีย-เนปาล
อินเดีย-เนปาล คือ ประเทศที่ผู้เขียนหวังไว้ว่า วันหนึ่งจะหาโอกาสไปสักครั้ง เป้าหมายคือสังเวชนียสถานทั้งสี่
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
อินเดีย-เนปาล คือ ประเทศที่ผู้เขียนหวังไว้ว่า วันหนึ่งจะหาโอกาสไปสักครั้ง เป้าหมายคือสังเวชนียสถานทั้งสี่ ได้แก่ ลุมพินีวัน ที่ประสูติ พุทธคยา ที่ตรัสรู้ ธัมเมกขสถูป ที่แสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรหรือปฐมเทศนา ที่สารนาถ และกุสินารา ที่ปรินิพพาน ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
หลายท่านคงรู้ว่า การที่ได้ไปยังสังเวชนีย์ทั้งสี่ด้วยทั้งจิตบริสุทธิ์ เลื่อมใส ตั้งมั่นและเห็นคุณค่าของสถานที่นั้นๆ จะได้รับอานิสงส์ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ คือ เมื่อทำกาลกิริยา (ตาย) ไปแล้วจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ และถือเป็นบุญที่ “กรุงเทพประกันภัย” โดยคุณ “ชัย โสภณพนิช” ประธานกรรมการบริษัท อุบาสกผู้ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ได้จัดทริป “จาริกธรรมตามรอยพระพุทธเจ้า ณ สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล” ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้กับผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักร่วมๆ 30 ชีวิต และผู้เขียนคือหนึ่งในนั้น แต่ขอออกตัวว่าการไปสังเวชนีย์ครั้งนี้ไม่ได้หวังขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมอะไร ถ้าเป็นเรื่องที่ขอได้ก็ขอไม่เกิดในภพภูมิต่างๆ อีกต่อไปดีกว่า แต่การขอเรื่องแบบนี้ปุถุชนอย่างเราช่างห่างไกล ฉะนั้นถ้าเกิดใหม่ขอเกิดเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนาก็เป็นบุญอันสูงส่งแล้ว
ดังนั้น ทุกครั้งที่ไปกราบสถานที่เหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ลืมปฏิบัติคือการระลึกถึงพระพุทธคุณตั้งจิตอธิษฐานต่อสถานที่นั้นๆ ไม่ว่าชาติไหนก็ขอให้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาทุกชาติไป
ทริปจาริกธรรมตามรอยพระพุทธเจ้า ณ สังเวชนียสถานครั้งนี้ถือว่าผู้ร่วมเดินทางทุกคนมีบุญและวาสนา เพราะทริปนี้ต้องส่งชื่อแจ้งไปยังกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่กลางปี 2557 โดยระหว่างนี้จนถึงทำวีซ่าและก่อนเดินทางต้องไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ตาย หรือป่วยก็ต้องรีบหาย ไม่งั้นจะกลายเป็นว่า “มีบุญแต่ไร้วาสนา” แต่บางคนบุญจริงๆ เป็นมวยแทนเพราะเจ้าของสิทธิสละสิทธิ
จริงอยู่ อินเดียไม่ใช่ญี่ป่น เกาหลี หรือประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส ที่ใครๆ เฝ้าฝันอยากไป แต่อินเดียมีความพิเศษกว่าประเทศนั้นๆ (ในมุมมองส่วนตัว) เพราะอินเดียเป็นแหล่งรวมอารยธรรมเก่าแก่มากมายที่ควรแก่การศึกษาและมาดูด้วยตาตนเอง ที่สำคัญเป็นดินแดนพุทธภูมิ มีครบทุกรส เฉพาะคนอินเดียในทุกที่ที่เราไป เช่น บ้านนางสุชาดาผู้ถวายมธุปายาส สถานที่พระพุทธองค์ทรงลอยถาดที่แม่น้ำเนรัญชราในวันตรัสรู้ ต่างก็ได้เห็นคนจน ขอทานทั้งเด็กผู้ใหญ่เป็นภาพที่อดสงสารไม่ได้และติดตาตลอด คิดไปก็ไม่แปลกที่พระบรมศาสดาทรงเลือกอุบัติในดินแดนชมพูทวีป (อินเดียในปัจจุบัน) ถือว่าทรงอุบัติเพื่อชาวโลกจริงๆ
สังเวชนีย์แรกที่ไป คือ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ เป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์พุทธคยา ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่อื่นๆ เช่น บ้านนางสุชาดา เนรัญชราจุดที่ทรงลอยถาด วันต่อมาข้ามจากพุทธคยาไปพาราณสี สังเวชนีย์ที่สอง คือ ธัมเมกขสถูป ที่แสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ในเขตป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้ๆ กันเป็นที่แสดงอนัตตลักขณสูตรและที่ที่ทรงแสดงธรรมโปรดยสกุลบุตรลูกของสุชาดา
วันที่ 3 มุ่งสู่กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ที่นี้รู้สึกคิดถึงพระพุทธเจ้าจริงๆ เวลาก้มกราบพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ถ้ายังทรงพระชนม์อยู่คงดีไม่น้อย ก่อนตกเย็นไปพักที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้รับเมตตาจากพระเทพโพธิวิเทศ (เจ้าคุณวีรยุทธ) มอบหมายให้พระครูนรนาถเจตยาภิรักษ์ (สมพงศ์) พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล รับรองแทน เนื่องจากท่านปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยพุทธคยา ทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในธรรมปฏิสันถารของท่านพระครูที่ลีลาการให้ธรรมสุดประทับใจ ที่นี้ผู้เขียนมีโอกาสพูดคุยกับทีมแพทย์ที่กรมการแพทย์ส่งมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยคนไทยที่มาแสวงบุญที่อินเดีย นำโดย นพ.มนต์ชัย ศิริบำรุงวงศ์ จากโรงพยาบาลเลิดสิน พร้อมเภสัชกรและพยาบาลวิชาชีพอีก 2 คนด้วย
วันที่ 4 คือ ลุมพินีวันสถานที่ประสูติ ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเนปาล แต่ก่อนข้ามพรมแดนไปเนปาลได้ไปวัดไทยนวราชรัตนาราม 960 ในความดูแลของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งเป็นจุดพักกลางทางของนักแสวงบุญก่อนข้ามไปเนปาล วัดนี้เกิดจากดำริของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ที่มองเห็นความลำบากของผู้แสวงบุญ
สรุปว่า การไปสถานสังเวชนียสถานทั้งสี่และสถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในคราวนี้ยิ่งทำให้ผู้เขียนที่นับถือพระพุทธศาสนาเป็นทุนยิ่งเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนาสุดจะพรรณนา ส่วนอื่นๆ จากนี้ถือเป็นกำไร ความรู้เละประสบการณ์ใหม่ของชีวิตโดยเฉพาะที่กาฐมาณฑุในช่วง 3 วันก่อนเดินทางกลับ
ท้ายสุดขอขอบคุณกรุงเทพประกันภัยและคุณชัยที่ทุกปีจะจัดให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไปแสวงธรรมอยู่แล้ว ยังคิดแบ่งปันสิ่งดีๆ นี้สู่คนนอกองค์กรและปีนี้เป็นปีแรกที่จัดให้นักข่าวไป ถือว่าอาจหาญในบุญยิ่ง ขอบคุณทีมงานกรุงเทพประกันภัยทุกคน และพระครูปริยัติปัญญาวุธ (พระมหาเชษฐา) วัดโคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย พระมัคคุเทศก์ นำบรรยายให้ความรู้ตลอดเส้นทางได้ดีเยี่ยมสมเป็นพระที่เดินธุดงค์ตามรอยพระพุทธเจ้าในอินเดียมาแล้วจริงๆ
นมัสเต สาธุ







