
ตร.กว่าพันนายลุยค้นนครฯยึดอาวุธอื้อ
ตำรวจสนธิกำลังทหารกว่าพันนาย ค้นบ้านเป้าหมายผู้มีอิทธิพล 80 จุดทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ยึดอาวุธปืนอื้อ
ตำรวจสนธิกำลังทหารกว่าพันนาย ค้นบ้านเป้าหมายผู้มีอิทธิพล 80 จุดทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ยึดอาวุธปืนอื้อ
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.ต.ต.ปวีน พงศ์สิรินทร์รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8, พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รก.ผบก.ป.,พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.สส.ภาค8 และพล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช,พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 ได้แถลงผลการปิดล้อมจับกุมกลุ่มผู้มีอิทธิพล,มือปืนรับจ้าง,และยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ โดยได้ระบุว่าเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ได้ระดมกำลังตำรวจชุดคอมมานโด กองปราบปราม สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุด นปพ.จาก กก.สืบสวนภาค8และกก.สืบสวนภ.จว.นครศรีธรรมราชและทหารจาก มทบ.41 รวมกำลังทั้งหมดประมาณ1,000นาย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจ2ลำรถยนต์48คันโดยแบ่งกำลังออกเป็น 80 ชุด กระจายกำลังกันลุยตรวจค้นบ้านพักของผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างตามนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จำนวน80 จุด
ทั้งนี้ได้มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ บินโรยตัวลงบุกจู่โจมบ้านพักเป้าหมายของผู้มีอิทธิพลจำนวน1จุด ซึ่งปรากฏว่าจาการตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายทั้งหมดล้วนแต่เป็นบ้านพักของผู้กว้างขวางและผู้มีอิทธิพลชื่อดังในกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น,กำนันผู้ใหญ่บ้านหลายคนในจ.นครศรีธรรมราช โดยเน้นพื้นที่ อ.ปากพนัง,อ.ชะอวด,อ.ทุ่งสง,อ.เชียรใหญ่ อ.นบพิตำ,อ.ท่าศาลา,อ.พิปูน, อ.เมือง,อ.ร่อนพิบูลย์,อ.จุฬาภรณ์ ซึ่งผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนนานาชนิดได้จำนวนหลายกระบอก
พล.ต.ต.ปวีน เปิดเผย ว่าการปฎิบัติการครั้งนี้มาจากนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สั่งการให้ดำเนินการเนื่องจากพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่มีการใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่ากันและถือว่าจ.นครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่มีการใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุมาโดยตลอดและมีสถิติคดีฆาตกรรมสูงมากซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สนธิกำลังหลายส่วนด้วยกันในวันนี้ในการจู่โจม
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่9กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ12กระบอก, อาวุธปืนลูกซองยาว13กระบอกและปืนยาว (mp5)1กระบอกรวม35กระบอกและเครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ1,041นัด,ยาบ้า265เม็ดและพืชกระท่อม3.2กรัม
พล.ต.ต.ปวีนกล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่พบมีการเกี่ยวข้องกับคดีในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชหรือพื้นที่อื่นๆในประเทศไทยหรือเปล่าซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างถึงที่สุดโดยยืนยันว่า จะดำเนินคดีจนถึงที่สุดกับโดยจะมีการปราบปรามผู้ที่มีอิทธิพลทุกคนที่มีการใช้อาวุธปืนหรือสงครามก่อเหตุ
ด้านพ.ต.อ.อรรถเดช พิมลศรี ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปรามระบุว่า ตำรวจกองปราบพร้อมที่จะลงมาสนธิกำลังกับตำรวจพื้นที่ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกรูปแบบ โดยอยากจะฝากไปยังผู้มีอิทธิพลทุกคนว่าหากยังไม่หยุดพฤติกรรมก็จะต้องถูกดำเนินการ และต่อไปนี้หากเสียงอาวุธปืนสงครามดังขึ้นที่พื้นที่ใด ตำรวจกองปราบปรามจะลงมาร่วมกับตำรวจพื้นที่ปราบปรามให้สิ้นซาก







