เครือข่ายสตรีเชื่อ "ทิชา" ลาออกปมผลักดันสิทธิหญิง-ชาย
“เครือข่ายสตรี”เชื่อ“ทิชา”ลาออกจากสปช.-กมธ.ยกร่างรธน.เหตุพยายามผลักดันสิทธิความเสมอภาคหญิงชายแต่ถูกคัดค้าน
“เครือข่ายสตรี”เชื่อ“ทิชา”ลาออกจากสปช.-กมธ.ยกร่างรธน.เหตุพยายามผลักดันสิทธิความเสมอภาคหญิงชายแต่ถูกคัดค้าน
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา09.00 น.ที่โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น ในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ผู้หญิงอีสานกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการปฏิรูป” จัดโดย ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศ (weMove)ร่วมกับ Internationat Republican Institute(IRI) คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย องค์การเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ(UN Women) กระทรวงต่างประเทศการค้าและพัฒนาประเทศแคนนาดา (DFATD,Canada) ศูนย์ผู้หญิงอำนาจเจริญและเครือข่ายผู้หญิงอีสาน ภายในงานมีเครือข่ายผู้หญิงภาคอีสาน 20จังหวัดเข้าร่วมประชุมกว่า80คน
นางสุนี ไชยรส รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)ในฐานะที่ปรึกษาขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายผู้หญิงจัดเวทีทุกภาค ติดตามการประชุมอย่างใกล้ชิดและมีข้อเสนอจากทุกภาคต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะความเสมอภาคเท่าเทียมหญิงชาย ในการมีส่วนร่วมตัดสินใจในทุกมิติทุกระดับ ซึ่ง นางทิชา ณ นคร กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับกรรมาธิการหญิงอีกหลายคนได้พยายามผลักดันเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วยเหตุผลและความชอบธรรมหลายละลอก แต่ถูกโต้แย้งคัดค้านจาก กมธ.ยกร่างรธน.หลายคน จึงแน่ใจว่าด้วยเหตุนี้ประกอบกับอีกหลายประเด็นที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดหลักการสิทธิประชาชนที่ควรจะเป็น ทำให้นางทิชา ลาออกจากตำแหน่ง สปช.และ กมธ.ยกร่างรธน.ซึ่งต้องเคารพความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยวและตัดสินใจบนหลักการผลประโยชน์ของประชาชน และเครือข่ายผู้หญิงก็เคารพในการตัดสินใจ เพราะนางทิชาเป็นนักต่อสู้เพื่อความเสมอภาค และสิทธิมนุษยชน ก่อนรับตำแหน่งเครือข่ายผู้หญิงเองก็สนับสนุนให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นพลังเสียงของผู้หญิง บนฐานการผลักดันภายในให้เต็มที่ ประสานเครือข่ายผลักดันประสานกันอยู่ภายนอก เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์จะอยู่ต่อไป ก็ต้องตัดสินใจ
“เข้าใจสถานการณ์ดีว่าคงมีแรงกดดันที่หนักหน่วงมาก ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การลาออกของคุณทิชา เป็นเรื่องส่วนตัวที่สามารถทำได้นั้น จึงอยากย้อนถามว่านายกฯรู้ได้อย่างไร เพราะคนมีตำแหน่งเป็นกมธ.ยกร่างรธน.ต่างมีความรับผิดชอบในหน้าที่ หากไม่เกิดการรับฟังและมีส่วนร่วม ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ชัดเจน ต่อไปนี้สังคมคงได้รับรู้ว่าสถานการณ์การยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอะไรจริงจัง และสังคมคงต้องตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จนถึงวันนี้ ยังไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีหลักการเสมอภาคให้เกิดความเท่าเทียมหญิงชายในการตัดสินใจได้ อีกทั้งสังคมไทยขณะนี้มีความคิดที่ไม่อยากมีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีความคาดหวังอะไรแล้ว”นางสุนี กล่าว
นางสุนี ตั้งคำถามว่า กมธ.ยกร่างฯจำเป็นต้องทบทวนตัวเองแล้วว่า มีเหตุผลอะไรที่ชอบธรรมจึงไม่ยอมรับสัดส่วนหญิงชาย ในหลักการรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ผู้หญิงได้มีบทบาทเพื่อนำไปสู่ความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังส่งสัญญาณถอยหลังลงคลอง เมื่อเทียบกับฉบับปี50 ในประเด็นสัดส่วนหญิงชาย ซึ่งต้องให้ดีขึ้นกว่าเดิม หากรัฐธรรมนูญไม่บัญญัติการมีส่วนร่วมตัดสินใจทุกมิติทุกระดับของผู้หญิงให้ชัดเจน สุดท้ายแล้วจะมีปัญหาตามมาและส่งผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะเกี่ยวพันถึงสิทธิชุมชนและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง และประชาชนทั้งหมดด้วย ซึ่งกมธ.ยกร่างรธน.จะเขียนรัฐธรรมนูญตามใจชอบไม่ได้
หลังจากนี้ขบวนผู้หญิงจะร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อไม่ให้เสียงของผู้หญิงถูกละเลย เพราะอุดมการณ์ความเสมอภาคของผู้หญิง คืออุดมการณ์เพื่อทุกคนทั้งหญิงชาย โดยวันอาทิตย์ที่8มี.ค.ซึ่งตรงกับวันสตรีสากล เครือข่ายผู้หญิงจากทุกภาค ขบวนแรงงานหญิง ภาครัฐและเอกชนกว่า1พันคน จะออกมาส่งเสียงเพื่อแสดงพลังย้ำเตือนว่าผู้หญิงเป็นพลังสำคัญเพราะมีมากกว่าครึ่งประเทศ ต้องมีความเสมอภาคในบทบาททางการเมืองและการตัดสินใจทุกมิติทุกระดับ ผู้หญิงต้องมีสิทธิและสัดส่วนเท่าเทียมผู้ชายคือ 50:50
นางม้วน ถิ่นวิลัย ขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การลาออกจากตำแหน่งของนางทิชา ครั้งนี้ไม่อยากให้สังคมมองว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ แต่ต้องมองให้ลึกว่าควรเปิดโอกาสรับฟังเสียงของผู้หญิงบ้าง แม้กมธ.ยกร่างรธน.จะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ความเป็นจริงแล้วผู้หญิงมีประสบการณ์มีความสามารถในการทำงานไม่ต่างจากผู้ชาย เมื่อเสนออะไรไปแล้วไม่มีการรับฟังก็ไม่เกิดประโยชน์ เป็นใครใครก็ต้องท้อไม่มีกำลังใจ นอกจากนี้ที่ผ่านมาเครือข่ายผู้หญิงเคยรวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง นำเสนอปัญหาต่างๆ ทั้ง4ภาค แต่สุดท้ายกลับไม่ได้หยิบยกมาพิจารณาจึงขอฝากไปยังกมธ.ยกร่างรธน.ทั้งหญิงชายที่พยายามสนับสนุนความเสมอภาคหญิงชายที่เหลืออยู่ต้องอดทน ให้ต่อสู้เพื่อสิทธิเสมอภาคหญิงชายต่อไป และหวังว่าจะไม่ถูกกดดันและเปิดกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้หญิงบ้าง







