
เมื่อตลาดเงิน-ทองผันผวน ได้เวลาพระเอกใหม่ตลาดล่วงหน้าบอกซ์ออฟฟิศ
ปัญหาที่ยังคงรุมเร้าสร้างความผันผวนปรวนแปรให้กับนักลงทุนอย่างที่ต้องจับตาเป็นรายวัน
นับแต่ปัญหาวิกฤตน้ำมันของบีพีที่กำลังถาโถมอยู่นี้ อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกเริ่มสั่นสะท้านในช่วงปลายปีนี้ยืนยาวไปจนถึงปลายปี 2554 นั่นเพราะปริมาณการผลิตที่ถูกบั่นทอนลดลงไปในช่วงที่ปัญหาการรั่วไหลยังคงไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนตลาดทองคำก็โหนกระแสวิกฤตหนี้ยุโรป ไต่ขึ้นทลายสถิติเป็นว่าเล่น ทำให้แนวโน้มราคาผันแปรแบบที่ต้องจับตาไม่ว่างเว้น
เช่นในเดือน มิ.ย.นี้ ราคาทองถีบเพดานสถิติเดิมมาแล้ว แบบที่นักลงทุนหลายรายไม่ทันตั้งตัวมาก่อน ด้านค่าเงินก็ทะยานขึ้นลงตามข่าวร้ายดีรายวัน
ความผันผวนเหล่านี้เองที่โปรยทางให้พระเอกใหม่อย่าง
“บอกซ์ออฟฟิศ” ก้าวขึ้นมา เป็นการโกยความสนใจจากนักลงทุนล่าสุด คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (ซีเอฟทีซี) ของสหรัฐ อนุมัติแผนของ Media Derivatives Inc. ในการเริ่มเปิดซื้อขายเก็งกำไรในภาพยนตร์บอกซ์ออฟฟิศในตลาดล่วงหน้า (Box Office Futures) แล้ว
ซีเอฟทีซี ระบุว่า รายได้จากบอกซ์ออฟฟิศเข้าข่าย
“สินค้าโภคภัณฑ์” ประเภทหนึ่ง และสามารถซื้อขายในตลาดล่วงหน้าได้ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์อย่าง ทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าเกษตรทั่วไปแต่อย่างใดนั่นหมายถึงนับจากวันที่ 20 ส.ค.นี้เป็นต้นไป บรรดานักค้าและนักเก็งกำไรจะหันมาจับจ้องอยู่บนความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ด้วยการติดตามข้อมูลวิเคราะห์และคาดการณ์ความสำเร็จ หรือความล่มสลายของภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่จะเข้าฉาย
ตามมาด้วยการก้าวเข้ามาทำสัญญาพนันขันต่อว่า ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ จะโกยรายได้ไปมากน้อยเท่าไรในช่วงสัปดาห์เปิดตัวของภาพยนตร์
ภาพยนตร์ที่จะประเดิมในตลาดซื้อขายของบอกซ์ออฟฟิศล่วงหน้าครั้งแรกคือ ภาพยนตร์แอ็กชันอย่าง เทกเกอร์ (Taker)
เส้นทางของการเปิดตลาดซื้อขายตัวใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่กลับเติบโตท่ามกลางเสียงคัดค้านของทางฝั่งบริษัททำภาพยนตร์จำนวนมากมาเป็นเวลาหลายต่อหลายปี
ผู้อยู่เบื้องหลังเสียงต้านทานเหล่านั้นก็รวมถึงทางสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกา (ดีจีเอ) และสมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอเมริกา (เอ็มพีเอเอ) อีกด้วย จนทำให้ตลาดการซื้อขายล่วงหน้าครั้งนี้ต้องเลื่อนการพิจารณาออกมาอยู่หลายครั้ง
แต่ในที่สุด ตลาดกระจายความเสี่ยงแห่งใหม่นี้ก็กำลังเปิดฉาก และเดินหน้าในเวทีธุรกิจและการเก็งกำไรจริงๆ แล้ว
เกิดขึ้นพร้อมๆ กับวาระ โอกาส และเวลาที่ตลาดโลกอยู่ท่ามกลางกระแสความผันผวน นั่นจึงไม่น่าแปลกที่วันนี้ ตลาดซื้อขายล่วงหน้าภาพยนตร์บอกซ์ออฟฟิศที่หลายคนมองว่าท่าจะไปได้รุ่ง
ถ้ามองในมุมของนักลงทุน ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ และตลาดซื้อขายล่วงหน้าแห่งนี้ จะทำให้บริษัททางการเงินลดการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดภาพยนตร์ลง และกล้าที่จะกระโดดมาลงทุนด้วยมูลค่าจำนวนเงินมหาศาลลงไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น
เหตุเพราะว่า เนื่องจากนักลงทุนจะใช้ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือประกันความเสี่ยง หรือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการเข้าไปวางเดิมพันกับภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ไว้
ซีเอฟทีซีให้เหตุผลว่า สัญญาซื้อขายดังกล่าวก็ไม่ต่างจากการซื้อประกันที่จะครอบคลุมสภาพความเปลี่ยนแปลง หรือความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการสร้างข้อตกลงเพื่อช่วยการันตีผลตอบแทน
แม้ในมุมของนักลงทุนและนักเก็งกำไรมองเรื่องนี้เป็นข่าวดี และโอกาสความท้าทายใหม่ๆ ในการลงทุนกระจายความเสี่ยง
แต่อีกฝากฝั่งหนึ่งของผู้ผลิตและบรรดาคนทำภาพยนตร์มองว่า ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ของตลาดเก็งกำไรไม่ได้ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์เลย
แย่ไปกว่านั้นก็คือ การเปิดตลาดซื้อขายล่วงหน้ายังอาจจะส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ชมที่แท้จริงอีกด้วย
เข้าทำนองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ท่ามกลางนักเก็งกำไรกระเป๋าหนักทุนหนา
มีการถกเถียงและหวั่นวิตกไปกันถึงว่า ตลาดเปิดใหม่นี้จะยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญและเสริมแรงกระตุ้นให้บรรดาตลาดภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหลายดาหน้ากันเข้ามาบุกปล่อยภาพยนตร์ก๊อบปี้มากยิ่งขึ้น จนทำให้ภาพยนตร์ที่กำลังมีการเปิดตัวต้องเจ็บระนาวในช่วงเปิดตัวสัปดาห์แรก
แม้ในวันนี้ตลาดจะกำลังเปิดทำการและมีการซื้อขายจริงแล้ว แต่ความหวังของฝากฝั่งที่คัดค้านยังคงมีแสงอยู่รำไร ด้วยการยื่นหนังสือไปคัดค้านและให้มีการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในเวทีการปฏิรูปวอลสตรีตของทางรัฐบาลสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม น้องใหม่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความแปรปรวนย่อมเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นความท้าทายชิ้นใหม่ที่น่าจับตามองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องเกาะติดกันต่อไปก็คือ บอกซ์ออฟฟิศจะเป็นเรื่องที่ท้าทายและตรงใจกับนักลงทุน ที่เหน็ดเหนื่อยกับสถานการณ์โลกที่ผันผวน และกระเทือนไปยังตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เดิมๆ ที่เป็นอยู่หรือไม่
บางทีตลาดบอกซ์ออฟฟิศอาจจะมาแรงดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เดินหน้าฝ่าฟันปัจจัยโลกที่รุมเร้าไปง่ายๆ ก็เป็นได้







