posttoday
ความหวังที่จะมองเห็นอีกครั้ง

ความหวังที่จะมองเห็นอีกครั้ง

28 กุมภาพันธ์ 2558

“คุณหมอแน่ใจหรือเปล่าถ้าเราหาค่ารักษา ค่ายามาให้ได้ ซิวซีจะมองเห็น”

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

“คุณหมอแน่ใจหรือเปล่าถ้าเราหาค่ารักษา ค่ายามาให้ได้ ซิวซีจะมองเห็น”

แม่ถามย้ำเพื่อขอความมั่นใจ คุณหมอตอบว่า

“ถ้าทำได้ทุกอย่างตามที่หมอบอก ลูกลื้อหายแน่นอน!”

ถึงคำพูดของคุณหมอยืนยันว่าผมจะหาย แต่ผมก็มองไม่เห็นทางที่แม่จะหาเงินมารักษาผมได้ ผมจึงบอกกับแม่ว่า

“แม่ครับ...เราไม่มีเงิน ไม่มีข้าว ไม่มีสิ่งที่คุณหมอต้องการ ไม่ต้องรักษาผมหรอกครับ... เรากลับบ้านกันเถอะ”

แม่รีบพูดขึ้นว่า

“มีสิ! แม่จะหาเงิน มาจ่ายค่ายาค่าหมอให้ได้ ลูกของแม่จะต้องหาย”

ผมถามแม่ว่าจะหาเงินมาจากไหน แต่แม่ไม่ตอบและไม่ให้ผมถามอะไรอีก แม่หันไปตกลงกับหมอเรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จ หมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการรักษาว่า

“หลังจากกินยาไปสักระยะหนึ่ง ตาที่เป็นฝ้าจะเริ่มลอก เราจะ ‘กรีด’ เยื่อหรือฝ้าขาวๆ ที่เกาะตาดำทั้งสองข้างออกไป”

ผมฟังด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น สิ่งที่หมอจะใช้กรีดน่าจะคมมาก เพราะต้องทำให้เยื่อขาดออกจากกัน แล้วหากวางน้ำหนักตอนกรีดไม่ดีพอ ของมีคมก็จะกรีดลึกทะลุจนแทงตาดำของผม โอย...คิดแล้วช่างน่ากลัวเสียจริงๆ จนผมอยากเปลี่ยนใจ

“แม่...ผมกลัวมีด ไม่อยากรักษาแล้ว”

ผมพูดด้วยสีหน้าวิตกเคร่งเครียด คุณหมอได้ยินจึงพูดสวนขึ้นว่า

“เราไม่ได้ใช้มีดกรีดเยื่อนั้นหรอก แต่จะกรีดด้วยปลายลิ้นต่างหาก ปลายลิ้นปลอดภัยกว่าใช้ของมีคม ไม่ทำให้ตาดำบอบช้ำหรือฉีกขาด”

ผมฟังแล้วใจชื้นขึ้น “ปลายลิ้น” ที่หมอบอกน่าจะดีกว่า เพราะปลายลิ้นนุ่ม คงไม่ทำให้เจ็บ และผมไม่ต้องเสี่ยงอันตราย แต่ใครล่ะจะเป็นคนทำแบบนั้นให้ผมได้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันน่าขยะแขยงจะตาย ผมกำลังถามตัวเองในใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอถามออกมาพอดี

“ใครจะทำหน้าที่นี้”

แม่พูดขึ้นมาทันที

“ฉันเองค่ะคุณหมอ...”

“แต่มันต้องทำติดต่อกันหลายเดือนนะ”

“ไม่เป็นไร ทำเป็นปีฉันก็ไม่กลัว ขอให้ลูกหายฉันทำได้และยินดีทำ”

แม่รับปากด้วยเสียงที่หนักแน่นจริงจัง

แม่ตกลงกับหมอเรื่องการรักษาดวงตาของผมไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังคิดไม่ออกว่า จะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่ารักษา ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยดวงตา แต่ผมสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกในใจว่า แม่กับพ่อกำลังเครียด พ่อถามแม่เสียงเป็นกังวลว่า

“แกไปตกลงกับหมอไว้ แล้วเราจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นจากที่ไหน”

“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องหาทางช่วยลูกให้ได้ จะต้องขายสมบัติทุกอย่างที่มีฉันก็ยอม”

แม่ยอมรับด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แต่ฉับพลันแม่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

“จริงซิ...เรายังมีที่นากับบ้าน ถ้าเอาไปขายฝากก็จะได้เงินมารักษาซิวซี”

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล