posttoday
เปิดยุทธศาสตร์จัดการน้ำ ระยะ 10 ปี ฉบับคสช.

เปิดยุทธศาสตร์จัดการน้ำ ระยะ 10 ปี ฉบับคสช.

28 กุมภาพันธ์ 2558

หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ใช้เวลาในการจัดทำนานหลายเดือนในที่สุดก็คลอดออกมา ท่ามกลางข้อท้วงติง ของบรรดานักวิชาการที่ชำนาญด้านแหล่งน้ำ จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (วสท.) ได้ออกมาคัดค้านร่างยุทธศาสตร์ และเรียกร้องให้ทบทวนร่างใหม่และถอนภาคผนวกที่บรรจุทุกโครงการออกไป หลายคนสงสัยว่า ร่างดังกล่าวมีปัญหาอย่างไร จึงกะเทาะออกมาดังนี้

ยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศนั้นเร่งแก้ไขปัญหาจัดการน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำตามแผนยุทธศาสตร์เร่งด่วนและระยะยาว 10 ปี ซึ่งจะใช้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท โดยแผนระยะเร่งด่วนปี 2558-2559 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1.1 แสนล้านบาท และระยะกลางปี 2560-2564 ใช้งบประมาณ 1.3 แสนล้านบาท

หลักคิด ปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนของประเทศจากการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ มีปีละประมาณ 7.5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) สามารถสนองความต้องการใช้น้ำที่มีปีละ 1.25 แสนล้าน ลบ.ม. ได้เพียงกึ่งหนึ่งของความต้องการเท่านั้น คิดเป็นปริมาณน้ำขาดแคลนที่ยังไม่สามารถจัดสรรให้ได้อีกปีละ 5 หมื่นล้าน ลบ.ม. คาดว่าในปี 2570 ปริมาณน้ำขาดแคลนจะเป็นปีละ 5.4 หมื่นล้าน ลบ.ม. เมื่อพิจารณาศักยภาพของน้ำที่นำมาบริหารจัดการเพิ่มเติม

ข้อมูลดังกล่าววิเคราะห์จากปริมาณน้ำท่าในฤดูฝนที่เหลือจากความต้องการพื้นฐานที่คาดการณ์ไปในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า ได้แก่ ความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ปศุสัตว์ รักษาระบบนิเวศ พบว่า ทั้งประเทศมีศักยภาพน้ำที่เหลือในฤดูฝนที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ 142,099 ล้าน ลบ.ม.

วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีเป้าหมายว่า “ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน”

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการและสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ข้างต้น ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน มีเป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม ระยะสั้น ปี 2558-2559 จำนวน 544,010 ไร่ ระยะกลาง ปี 2560-2564 จำนวน 2.63 ล้านไร่ และระยะยาว ในปี 2565-2567 จำนวน 1,595,990 ไร่ เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยการจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน และ พัฒนาประปาหมู่บ้านในระยะ 5 ปี (2558-2562) ให้ได้ 2,099 หมู่บ้าน/แห่ง เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) ได้แก่ 1.พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝน 2.เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำและระบบชลประทานที่มีอยู่เดิม 3.พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ 4.การจัดการด้านความต้องการโดยมีเป้าหมาย เช่น พัฒนาแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ ในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาคที่พัฒนาขึ้นใหม่ จำนวน 14 แห่ง เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การป้องกันและบรรเทาอุทกภัย อาทิลดความเสียหายจากน้ำท่วม และอุทกภัยในชุมชนเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจหลัก จัดทำทางผันน้ำเลี่ยงพื้นที่ชุมชน จัดทำพื้นที่รับน้ำนองใน 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่รับน้ำนองเหนือ จ.นครสวรรค์ และพื้นที่รับน้ำนองใต้ จ.นครสวรรค์ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และปรับปรุงการระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำ เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 5การจัดการคุณภาพน้ำ อาทิ ป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤต/พื้นที่เสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนักหรือสารเคมี ควบคุมความเค็มของน้ำ เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการน้ำ ผ่านการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน ออกกฎหมายแม่บทด้านการบริหารจัดกาทรัพยากรน้ำของประเทศ (พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ) สร้างระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ และระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวบรวม และเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 30 หน่วยงาน เป็นต้น

นี่คือแผนยุทธศาสตร์ที่นักวิชาการคัดค้านว่าผิดไปจากเจตนารมณ์เดิม ที่สำคัญมีการแอบยัดเอกสารในภาคผนวก ค. อันเป็นแผนการดำเนินโครงการลงทุนทั้งหมดไว้ในร่างแผนยุทธศาสตร์น้ำด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์