
ไทยติดอันดับโลกเจ้าแห่งความเหลื่อมล้ำ
ไทยติด 1 ใน 10 เจ้าแห่งความเหลื่อมล้ำ ปธ.กมธ.เศรษฐกิจฯ สปช.ชี้พลัง “ภาคประชาสังคม”จุดเปลี่ยนสร้างความเป็นธรรมในสังคม
ไทยติด 1 ใน 10 เจ้าแห่งความเหลื่อมล้ำ ปธ.กมธ.เศรษฐกิจฯ สปช.ชี้พลัง “ภาคประชาสังคม”จุดเปลี่ยนสร้างความเป็นธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่โรงแรมโรงแรมบางกอก ชฎา ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนกองทุนภาคประชาสังคม ร่วมกับ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีเสวนา ภาคประชาสังคมเข้มแข็ง : สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ครั้งที่ 2 ประเด็น “ประชาสังคมเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” โดย ศ.(พิเศษ) ดร.สมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินและการคลัง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวตอนหนึ่งในปาฐกถาว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ฝั่งรากลึกมายาวนาน มีต้นต่อมาจากระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่ใช้เงินเป็นตัวชี้วัดคนมีเงินมีโอกาสและอำนาจมากกว่า สามารถซื้อตำแหน่ง ซื้อได้แม้กระทั่งบาปบุญคุณโทษทำให้คนจนและคนมีความรู้น้อยกว่า ถูกเอาเปรียบ อีกทั้งระบบภาษีที่ไม่เป็นธรรม มีข้อยกเว้นและเอื้อประโยชน์ให้กับคนรวยมากกว่าคนจน รวมทั้งระบบงบประมาณที่ลำเอียงโดยเป็นประโยชน์ต่อคนมีรายได้สูงมากกว่าคนยากจน จึงยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำขยายฐานขึ้นเรื่อยๆ ภาคประชาสังคมนับเป็นพลังใหม่ที่มีเข้ามามีส่วนในการแบ่งปันอำนาจรัฐจากโครงสร้างอำนาจรัฐเดิมที่อยู่ในกลุ่มข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ และหากได้รับการส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง จะช่วยเปลี่ยนสมการและแบ่งอำนาจในสังคมยุคใหม่
ด้าน นส.สารี อ๋องสมหวัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ประเทศไทยมีการปฏิรูปมาหลายครั้ง เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องเกิดขึ้น รวมทั้งความตื่นตัวของภาคประชาสังคมเอง ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้าน การผลักดัน เชื่อว่า การปฏิรูปครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่มีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการสนับสนุนองค์กรของภาคพลเมืองที่เข้มแข็งอยู่แล้วมีกลไกที่ดีขึ้น และสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มอีกด้วย โดยเฉพาะประเด็นความเหลื่อมล้ำมีรูปธรรมที่ให้เห็นอยู่มากในสังคม เช่น สิทธิขั้นพื้นฐานในการรับการรักษาพยาบาล สิทธิในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดไว้ว่า จะต้องลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม แต่ก็ยังถือเป็นนามธรรม ดังนั้นภาคประชาสังคมต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม อาทิ กลไกด้านการออกกฎหมายเพื่อเสริมความเข้มแข็งภาคประชาสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญ
“ประเด็นความมั่นคงเรื่องสุขภาพ หรือ สวัสดิการส่วนบุคคล การศึกษา จะส่งผลให้ความยากจนของคนลดลง นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การมีระบบสวัสดิการของผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ต้องตระหนัก และผลจากการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมบริโภคนิยมที่เกิดขึ้น หากมีกลไกทำให้คนเท่าทันการคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ดีอีกประการหนึ่ง” นางสาวสารีกล่าว
นางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)กล่าวว่า ในส่วนของผู้ใช้แรงงานเป็นกลุ่มที่ยังมีความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของรายได้และการศึกษา ผู้ใช้แรงงานแม้จะสามารถต่อรองให้ได้สิทธิขั้นพื้นฐานกับผู้ประกอบการ แต่ข้อเรียกร้องยังขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการที่มีอำนาจตัดสินใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องมีกลไกในการดูแลผู้ใช้แรงงานให้ได้รับสิทธิที่เหมาะสม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.







