
ลากตั้งสว.ถอยหลังลงคลอง
อดีต สส.พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สว. รวมทั้งนักวิชาการ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีวุฒิสภา 200 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 5 กลุ่ม ทั้งอดีตข้าราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตัวแทนองค์กรวิชาชีพต่างๆ โดยมองว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและอันตรายกว่าสภาผัวเมีย
อดีต สส.พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สว. รวมทั้งนักวิชาการ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีวุฒิสภา 200 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 5 กลุ่ม ทั้งอดีตข้าราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตัวแทนองค์กรวิชาชีพต่างๆ โดยมองว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและอันตรายกว่าสภาผัวเมีย
“เป็นการลดอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจอดีตข้าราชการของรัฐ เพื่อให้มาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอีกทีหนึ่งซึ่งจะอันตรายมาก ยิ่งกลายเป็นพรรคการเมืองของข้าราชการขนาดใหญ่และอันตรายกว่าสภาผัวเมียอย่างที่เคยว่ากันไว้แน่” นายนิคม ไวรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าว
สอดคล้องกับ นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ซึ่งเห็นว่าแนวทางดังกล่าวขัดต่อหลักการประชาธิปไตยถอยหลังลงคลอง เช่นเดียวกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าถ้าข้อเสนอนี้ผ่านจะวุ่นวายเป็น 2 เท่า
ด้านนักวิชาการ นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นว่า การกลับไปใช้ระบบวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่กลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบยุคปี 2520 และจะก่อให้เกิดปัญหาซ้ำเติมระบบการเมืองไทย
ขณะที่ นายบวรศักดิ์อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อธิบายว่า ไม่ใช่ระบบลาก แต่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม โดยยกตัวอย่างประเทศฝรั่งเศส ที่ให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมเหมือนกัน







