posttoday
วิกฤตกรีซยังระอุ จ่อเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

วิกฤตกรีซยังระอุ จ่อเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

27 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ความตึงเครียดในการเจรจาลดหย่อนหนี้ระหว่างกลุ่มเจ้าหนี้ “ทรอยก้า” กับกรีซมีท่าทีผ่อนคลายลงมาก หลังจากรัฐมนตรีคลังของกลุ่มยูโรโซน 19 ประเทศ ยอมรับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้กรีซได้ต่อเวลาโครงการเงินช่วยเหลือออกไปอีก 4 เดือน

ถือเป็นการต่อลมหายใจให้กับรัฐบาลใหม่ซึ่งนำโดยพรรคไซรีซา โดยการต่ออายุครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลกรีซได้รับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ  (ไอเอ็มเอฟ) อีก 7,200 ล้านยูโร เพื่อเติมสภาพคล่องให้คลังรัฐบาล และที่สำคัญคือเพื่อให้กรีซมีทุนเพียงพอในการชำระหนี้ รอดพ้นจากการล้มละลาย และไม่ต้องหลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน

ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่กรีซจะพ้นสภาพความเป็นสมาชิกยูโรโซนเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลกันว่ากระทบต่อความเป็นเอกภาพของยูโรโซนในภาพรวม และเสถียรภาพของค่าเงินยูโร หนึ่งในสกุลเงินที่มีอิทธิพลของโลก

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะวางใจ “วิกฤตผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ” เพราะอันที่จริงวิกฤตครั้งนี้ยังไม่จบและกรีซยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้

โจทย์แรกที่กรีซต้องเผชิญคือ การตัดสินใจอนุมัติแผนปฏิรูปกรีซของขุนคลังยูโรโซนจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาของแต่ละประเทศเสียก่อน ตามรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ก่อนเส้นตายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการให้เงินช่วยเหลือกรีซ

ต้องยอมรับว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐสภาบางประเทศในยูโรโซนอาจจะไม่อนุมัติแผนดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนีซึ่งเป็นผู้ถือสัดส่วนหนี้กรีซสูงที่สุด โดย วูฟกัง ชอยล์เบิล  ขุนคลังเยอรมนี ประเทศผู้ทรงอิทธิพลในยูโรโซน แสดงท่าทีต่อต้านการให้เงินช่วยเหลือกรีซอย่างสุดโต่งโดยประกาศว่าจะไม่มีการให้เงินช่วยเหลือเพิ่ม จนกว่ากรีซจะทำตามเงื่อนไขที่ระบุไว้

ฉะนั้น ถ้าหากรัฐสภาประเทศใดประเทศหนึ่งไม่อนุมัติแผนการให้ความช่วยเหลือกรีซก็จะต้องสิ้นสุดไปโดยปริยาย และความพยายามของกรีซทั้งหมดก็จะหลายความหมาย

ในทำนองเดียวกัน ฝ่ายเจ้าหนี้ยังแสดงความฉงนต่อแผนการปฏิรูปกรีซ เพราะแผนการปฏิรูปกรีซระบุคร่าวๆ เพียงว่า จะมีการปราบปรามการเลี่ยงภาษี การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ การยกเลิกการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การแก้ปัญหาด้านมนุษยธรรม และลดขนาดระบบราชการ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก

อาทิ คริสตีน ลาการ์ด ผู้ว่าการไอเอ็มเอฟ ที่แสดงความฉงนต่อรายละเอียดของแผนการปฏิรูปของกรีซที่ไม่ให้รายละเอียด อีกทั้งขาดการรับประกันว่ากรีซจะทำตามแผนปฏิรูปที่วางไว้

ขณะที่ ปิแอร์ มอสโควิชี ข้าหลวงใหญ่ด้านการเศรษฐกิจของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ยืนยันว่า การยอมรับแผนปฏิรูปกรีซเป็นเพียงการหลีกเลี่ยงวิกฤต ไม่ได้หมายความว่าที่ประชุมจะอนุมัติแผนการปฏิรูป เป็นเพียงการปลดล็อกเพื่อให้เกิดการหารือต่อไปเท่านั้น

กรณีดังกล่าวนับเป็นท่าทีที่ชัดเจนว่า ฝ่ายเจ้าหนี้ไม่ได้อนุมัติแแผนการปฏิรูปของกรีซอย่างเต็มใจนัก และที่สำคัญคือการขยายเวลาโครงการให้เงินช่วยเหลือออกไปอีก 4 เดือน “ยังไม่ใช่การปิดประตูการผิดนัดชำระหนี้”

ในอีกมุมหนึ่งแม้กรีซอาจจะผ่านการอนุมัติจากสมาชิกยูโรโซน แต่กรีซยังแบกภาระการชำระหนี้ก้อนใหญ่ให้แก่กลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งจะมีขึ้นเป็นระยะตลอดทั้งปี 2015 นี้

กรีซต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่เจ้าหนี้ราว 2,000 ล้านยูโร ภายในเดือนนี้ ก่อนจะต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ไอเอ็มเอฟราว 1,600 ล้านยูโร ในเดือน มี.ค. อีกทั้งกำหนดซื้อคืนพันธบัตรซึ่งถือโดยอีซีบีอีกราว 7,500 ล้านยูโร ในเดือน ก.ค. และ ส.ค.

โดยรวมแล้วกรีซมีหนี้อยู่ราว 3.20 แสนล้านยูโร หรือเท่ากับ 174% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ความเสี่ยงดังกล่าวยืนยันได้จากถ้อยแถลง ยานิส วารูฟากิส รัฐมนตรีคลังกรีซ ผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งยอมรับว่า การต่ออายุโครงการให้เงินช่วยเหลือของทรอยก้าทำให้กรีซสามารถขจัดปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องการจ่ายเงินเดือนให้แก่ข้าราชการได้ แต่กรีซยังคงมีปัญหาในการหาเงินมาชำระหนี้ให้แก่ไอเอ็มเอฟและอีซีบีในเดือน  ก.ค.

ฉะนั้น กรีซยังเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ตลอดทั้งปี ตราบใดที่กรีซไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนเพื่อชำระหนี้ก้อนดังกล่าวได้ ถือเป็นงานหนักในช่วง 4 เดือนหลังจากนี้ ที่กรีซจะต้องเร่งภารกิจโน้มน้าวใจนานาชาติให้เชื่อมั่นในกรีซและให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่อหลังจากเดือน  มิ.ย.

นอกจากนี้ แผนการปฏิรูปจะทำให้รัฐบาลกรีซต้องเผชิญกับการต่อต้านทางการเมืองภายในประเทศอย่างแน่นอน เพราะมาตรการหลายอย่างเท่ากับว่ากรีซจะยิ่งรัดเข็มขัดทางการคลังแน่นกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับที่พรรคไซรีซา สัญญากับประชาชนไว้ตอนเลือกตั้ง

แม้กรีซจะทิ้งแผนปฏิรูปแล้วหันมาเอาใจประชาชน แต่มาตรการหลายอย่างเช่นการปรับค่าแรงขั้นต่ำ และการเพิ่มการจ้างงานราชการ จะต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งสถานภาพทางการคลังในปัจจุบันของกรีซไม่สามารถรองรับได้แน่นอน

สำหรับประเด็นการปราบปรามการเลี่ยงภาษี ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด และเป็นความท้าทายกรีซมาอย่างยาวนาน ซึ่งรวมถึงด้านการปราบปรามการทุจริต โดย คริสตีน ปิโรโวลากิส จากสำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า รัฐบาลกรีซพยายามปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายเพื่อเลี่ยงภาษีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1980 แต่ประสบความสำเร็จน้อยมาก

ดังนั้น แม้รัฐบาลกรีซจะอ้างว่า สามารถเก็บภาษีได้กว่า 5,500 ล้านยูโร หากสามารถทลายการหลบเลี่ยงภาษีได้ แต่ยังคงเป็นที่สงสัยสำหรับนักเศรษฐกิจทั่วไปว่ากรีซจะสามารถดำเนินการไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่

ด้าน อลิสไทด์ ฮัตทิส อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเอเธนส์ แสดงความเห็นว่า แม้กรีซจะได้รับการขยายโครงการเงินช่วยเหลือจากทรอยก้าแล้วก็ตาม แต่ปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องยังคงเป็นปัญหาที่เรื้อรังสำหรับรัฐบาลกรีซ โดยรายได้ของรัฐบาลกรีซน้อยกว่าเฉลี่ยของยูโรโซนถึง 1,000 ล้านยูโร

ในเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ กรีซประเมินว่าต้องมีเงินอย่างน้อย 7,300 ล้านยูโร สำหรับการใช้จ่ายและการใช้หนี้ นอกจากการขอขยายเวลาโครงการเงินช่วยเหลือแล้ว รัฐบาลกรีซยังพยายามที่จะออกพันธบัตรใหม่เพื่อระดมรายได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก่อน

ด้าน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินว่า กรีซจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนใหม่ให้ได้ก่อนการขยายเวลาจะหมดอายุในเดือน มิ.ย. ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือรัฐบาลกรีซจะต้องออกพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งปัจจุบันจำกัดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านยูโรเท่านั้น  

กล่าวโดยสรุปคือ วิกฤตผิดนัดชำระหนี้กรีซยังไม่จบ การยืดเวลาโครงการให้เงินช่วยเหลือเป็นเพียงการต่อสายชนวนระเบิดหนีกรีซให้ยาวขึ้นอีก 4 เดือนเท่านั้น แต่ไฟที่ปลายสายยังคงไหม้ลามต่อไปเช่นเดิม โดยไม่มีท่าทีว่าจะมอดดับแต่อย่างใด

แน่นอนว่า อีก 4 เดือนข้างหน้าโลกจะหันกลับมาจับตาที่กรีซอีกครั้ง และหากถึงตอนนั้นกรีซยังไม่สามารถหาแหล่งเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้ กรีซจะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ในที่สุดอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ซึ่งจะเป็นการบีบให้กรีซออกจากยูโรโซน และการเขย่าเสถียรภาพของยูโรโซนและค่าเงินยูโรในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท