posttoday
รัฐธรรมนูญใหม่ ​สลาย​ขั้วอำนาจเก่า ​

รัฐธรรมนูญใหม่ ​สลาย​ขั้วอำนาจเก่า ​

27 กุมภาพันธ์ 2558

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แว่วดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความพยายาม ​​​“บอนไซ” กลุ่มการเมืองเก่า

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แว่วดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความพยายาม ​​​“บอนไซ” กลุ่มการเมืองเก่า คู่ขนานไปกับการสร้างดุลอำนาจทางการเมืองขึ้นมาใหม่

ไม่ว่าจะเป็นความ “ตั้งใจ” หรือ​“บังเอิญ” นี่อาจเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม หรืออาจรุนแรงถึงขั้นไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ​

เวลานี้จึงเริ่มเห็น ​“ขั้วอำนาจเก่า” เปิดหน้าออกมาดักคอ​ในหลายประเด็นที่จะทำให้พรรคการเมืองใหญ่อ่อนแอลงไปกว่าเดิม และกลไกที่ช่วยให้พรรคเล็ก หรือกลุ่มอิสระเข้ามาเป็น “ดุลอำนาจใหม่” ของระบบการเมืองที่อาจเป็นการสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา

ต่อเนื่องด้วยประเด็นการทำให้พรรคใหญ่อ่อนแอเพื่อแก้ปัญหาในอดีต ​ป้องกันไม่ให้พรรคใหญ่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนทำให้กระบวนการตรวจสอบทำได้ยากเหมือนที่ผ่านมา  แต่กลับกลายเป็นการเดินถอยหลังเข้าคลอง

แม้ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายลดทอนอำนาจเก่า แต่ “จิ๊กซอว์”  ที่ปรากฏเวลานี้กลับชวนให้คิดว่าเป็นเช่นนั้น

เริ่มตั้งแต่ประการแรก ความพยายามลดอำนาจและความเหนียวแน่นของกลุ่มอำนาจเก่าไม่ให้ประสานกันเหนียวแน่นอย่างเดิม

ทั้งการไล่ทุบบรรดาแกนนำของเพื่อไทยหรือเสื้อแดง ทั้งอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กำลังสะบักสะบอมหนักเมื่อถูก สนช.ถอดถอนออกจากตำแหน่งแล้วยังต้องเผชิญหน้ากับคดีอาญาและคดีแพ่งต่อจากนี้

สอดรับกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.​ ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือกระทำการอันให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม

หลายเสียงวิเคราะห์ว่าประเด็นนี้ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 กับ 109  ที่ต้องติดร่างแหโดนโทษแบนเพราะมีสถานะเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ใช่ตัวการกระทำผิด จะไม่โดนกันออกนอกสนามการเมือง

ทว่าเมื่อหัวขบวนถูกไล่บี้เอาผิด ย่อมส่งผลให้ลูกพรรคต้องตัดสินใจหนักว่าจะปักหลักยืนเคียงข้างอยู่ด้วยกันไปจนตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ยิ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดกว้างไม่ให้เฉพาะผู้สมัครต้องสังกัดพรรค แต่ให้กลุ่มการเมืองซึ่งจัดตั้งโดยคณะบุคคลที่รวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองเดียวกันและจดแจ้งไว้กับ กกต.สามารถส่งผู้สมัครได้ทั้งระบบบัญชีและเขตเลือกตั้ง ​

ที่สำคัญหากพิจารณาระบบเลือกตั้งใหม่ที่ถอดแบบมาจากเยอรมนีนั้น โอกาสที่พรรคการเมืองใหญ่จะได้คะแนนเสียงแบบท่วมท้นเหมือนระบบที่ผ่านมาเป็นไปได้ยากเต็มที ดังนั้นการแตกออกไปโตข้างนอกย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าจะมาเสี่ยงขัดแข้งขัดขากันอยู่ในพรรคที่มีกรอบจำนวนเก้าอี้ลดลง

โอกาสที่พรรคเล็กพรรคน้อยในการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงเป็นไปได้สูง เพราะแค่ได้คะแนนเสียงระบบบัญชีรายชื่อประมาณ​ 1% ก็จะได้ สส.ประมาณ 4 คน ทั้งการเติบโตและอำนาจต่อรองที่จะตามมา คงจะทำให้อนาคตพรรคใหญ่ต้องสั่นสะเทือนไม่น้อย

​​ยิ่งในช่วงที่สังคมกำลังแสวงหาความสมานฉันท์ปรองดอง การตัดตอนคู่ขัดแย้งไม่ให้กลับมามีพลังอาจเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ ส่วนผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างที่หวัง หรือจะสร้างปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง