
กมธ.ยกร่างตัดเนื้อหาเพิ่มอำนาจพิเศษให้นายกฯ
คณะกมธ.ยกร่างฯ ตัดเนื้อหาเพิ่มอำนาจพิเศษให้นายกฯแก้วิกฤต หลังเสียงข้างมากโหวตไม่เห็นด้วย เหตุหวั่นใช้อำนาจปราบฝ่ายตรงข้าม
คณะกมธ.ยกร่างฯ ตัดเนื้อหาเพิ่มอำนาจพิเศษให้นายกฯแก้วิกฤต หลังเสียงข้างมากโหวตไม่เห็นด้วย เหตุหวั่นใช้อำนาจปราบฝ่ายตรงข้าม
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ในช่วงเย็น มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาตรา 189 ซึ่งสาระสำคัญที่เป็นการให้อำนาจพิเศษแก่นายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยของประเทศ โดยมาตรา 189 มีเนื้อหาจำนวน 4 วรรค ดังนี้
"ในกรณีที่มีความจำเป็นในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นเอกราชของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือมีกรณีเกิดความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร และการดำเนินการตามปกติของสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญหยุดชะงักลง นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะมีอำนาจใช้มาตรการที่จำเป็นสำหรับจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ ภายหลังจากที่ได้มีการปรึกษาหารืออย่างเป็นทางการกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายกฯ มีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่ง การกระทำและการปฏับัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง การกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด ทั้งนี้เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้วให้นายกรัฐมนตรีรายงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และศาลรัฐธรรมนูญทราบโดยเร็ว และแถลงให้ประชาชนทราบถึงการใช้มาตรการดังกล่าว
เมื่อนายกฯ ได้ใช้อำนาจตามมาตรานี้ให้ถือว่าเป็นการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา โดยไม่ต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมและถือว่าระหว่างที่มีการใช้อำนาจตามมาตรานี้เป็นสมัยประชุมของรัฐสภาในระหว่างที่มีการใช้อำนาจตามมาตรานี้ จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้"
ทั้งนี้ คณะกมธ.ยกร่างฯจำนวนมาก ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็นฝ่ายที่ต้องการให้ตัดเนื้อหาของมาตรานี้ออกไป เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นการให้อำนาจกับฝ่ายการเมืองมากเกินไป แม้ว่าฝ่ายเลขานุการคณะกมธ.ยกร่างฯที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญมาตรานี้เข้ามาจะมีเจตนาดีที่ต้องการสร้างเครื่องมือแก้ไขให้กับปัญหาของประเทศ แต่อาจเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย
"ในบางครั้งปัญหาความขัดแย้งจนเกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากนายกฯและนายกฯก็เป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ดังนั้น ถ้านายกฯอยู่ในฐานะคู่ขัดแย้ง แต่กลับมีอำนาจมากขนาดนี้ อาจทำให้นายกฯใช้มาตรา 189 เพื่อปราบฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างได้" กมธ.ยกร่างฯคนหนึ่งกล่าวในที่ประชุม
ขณะที่ กมธ.ยกร่างฯที่สนับสนุนมาตรานี้และฝ่ายเลขานุการแสดงความคิดเห็นว่า มาตรา 189 มีต้นแบบมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 16 ของประเทศฝรั่งเศส ไม่ได้เป็นเรื่องที่คิดมาเอง ซึ่งปัญหาของประเทศที่ผ่านมาเกิดมาจากประเทศไม่มีเครื่องมือแก้ไขปัญหามากเพียงพอ จึงเห็นว่าควรมีกลไกแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เพื่อไม่ให้ปัญหายุติด้วยการรัฐประหารอีก โดยขอให้ที่ประชุมชะลอการพิจารณามาตรานี้ออกไป เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการคณะกมธ.ยกร่างฯนำกลับไปปรับปรุงเนื้อหาให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจจริงอีกครั้ง เช่น การเพิ่มให้ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เข้ามาร่วมปรึกษาหารือกับนายกฯก่อนมีการใช้อำนาจตามมาตรานี้ เป็นต้น
จากนั้น ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ ทำการหยั่งเสียงสอบถามความเห็นของกมธ.ยกร่างฯ โดยมติเสียงข้างมาก 16 ต่อ 13 เสียงให้ตัดมาตรา 189 ออกไปจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ต่อมาในเวลา 18.40น.นายบวรศักดิ์ ได้สั่งปิดประชุมและนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ.เวลา 9.00น. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในมาตราที่คณะกมธ.ยกร่างฯได้มีความเห็นให้ชะลอการพิจารณาไว้ก่อนหน้านี้ เช่น สัดส่วนของสตรีในการเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น และ การก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังการประชุม แต่คณะกมธ.ยกร่างฯจะแถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายต่อไป







