
DSIเร่งสอบขายผลสหกรณ์ยูเนี่ยนโยงธรรมกาย
ดีเอสไอเร่งสอบความเชื่อมโยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน-ธรรมกาย พร้อมเส้นทางการถ่ายโอนที่ดินศุภชัย
ดีเอสไอเร่งสอบความเชื่อมโยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน-ธรรมกาย พร้อมเส้นทางการถ่ายโอนที่ดินศุภชัย
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) รับผิดชอบด้านภารกิจปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดตู้เซฟที่ยึดได้จากบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย)จำกัด พบโฉนดที่ดิน และหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัดนั้น ได้เรียกพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสหกรณ์กับวัดพระธรรมกายเข้าพบเพื่อวางแนวทางการสอบสวนขยายผล โดยเฉพาะเส้นทางการถ่ายโอนโฉนดที่ดินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯไปยังบุคคลอื่น ๆก่อนหน้าปปง.จะเข้าตรวจค้นสหกรณ์เมื่อปี 2556
นอกจากนี้ยังต้องสอบสวนถึงความสัมพันธ์และเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย เนื่องจากข้อมูลในชั้นสืบสวนพบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างกันอย่างชัดเจน
แหล่งข่าวชุดสืบสวนดีเอสไอเปิดเผยว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลฯมีนายศุภชัย เป็นผู้บริหารทั้งสองแห่ง แต่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เปิดไว้เพื่อระดมฝากเงิน ให้เงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยสถาบันการเงิน จากนั้นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯจะนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ซึ่งจะนำเงินมาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกต่อหนึ่ง โดยพบว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีมีวงปล่อยกู้ให้กับลูกศิษย์วัดเพื่อทำบุญกับวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ในการตรวจสอบงบดุลของ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีพบมีการปล่อยกู้เพื่อการกุศลจริงให้กับลูกหนี้เกือบ 500 ราย เป็นเงินกว่า 230 ล้านบาท
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบการสั่งจ่ายเช็คจากนายศุภชัยไปให้สหกรณ์เครดิต มงคลเศรษฐี ระหว่างปี 2552-2555 จำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 46.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบการโอนเงินให้กับพระหลายรูปในวัดพระธรรมกายทั้ง พระธัมมชโย 225 ล้านบาท พระวิรัช 100 ล้านบาท พระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท พระมนตรี 100 ล้านบาท รวมถึงนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล กรรมการบริษัท เอส.ดับบลิวฯ 127 ล้านบาท โดยนายสถาพรเคยบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพระธรรมกายนานกว่า 20 ปี ขณะที่ข้อมูลในชั้นสืบสวนพบว่านายศุภชัยเคยมีตำแหน่งเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกายด้วย
แหล่งข่าวระบุด้วยว่าขณะนี้มีการตั้งกรรมการสอบสวนหัวหน้าพนักงานสอบสวนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯชุดเดิม เกี่ยวกับประเด็นการประวิงคดีและการสั่งไม่ฟ้องนายจิรเดช วงเพียงกุล และนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ ที่มีชื่อรับโอนเงินจากศุภชัยรวมกว่า 2,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องบุคคลทั้งสอง อัยการตีกลับสำนวนให้สอบสวนเพิ่มแต่ยังไม่มีความคืบหน้ากระทั่งมีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนชุดใหม่







