
เปิด5ศูนย์ฝนหลวง กู้แล้ง-หมอกควัน
วิกฤตภัยแล้งลุกลามทั่วประเทศทำให้รัฐบาลต้องตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 5 ภาค คือ จ.เชียงใหม่ นครสวรรค์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ดับไฟป่า และหมอกควัน ตลอดจนเติมน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
วิกฤตภัยแล้งลุกลามทั่วประเทศทำให้รัฐบาลต้องตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 5 ภาค คือ จ.เชียงใหม่ นครสวรรค์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ดับไฟป่า และหมอกควัน ตลอดจนเติมน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
โดยแผนปฏิบัติการฝนหลวงดีเดย์แห่งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่เดือน มี.ค.จนสิ้นฤดูฝน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ช่วงหน้าแล้ง เพื่อป้องกันภัยแล้ง บรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และลดความรุนแรงของลูกเห็บ และ 2.ช่วงฤดูฝนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนต้นฤดูบรรเทาฝนทิ้งช่วง และเพิ่มน้ำในเขื่อน
“ช่วงนี้จะทำการบินเก็บข้อมูลการเพาะปลูกเพื่อบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ มีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำทั้ง 5 ภาค รวม 15 หน่วย มีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการ 33 เครื่อง เป็นเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร 21 เครื่อง และได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ 12 เครื่อง ซึ่งปฏิบัติการทำฝนเทียมจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำฝนช่วยเหลือผู้ประสบภัย” นายปณิธิ เสมอวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่ากรมชลประทานจะสามารถวางแผนในการบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ให้ใช้ได้อย่างเพียงพอช่วงหน้าแล้งนี้ จากปริมาณน้ำล่าสุดในเขื่อนที่มีอยู่ 1.8 หมื่นกว่าล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2557 พร้อมกับวางแผนจัดสรรเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศได้เพียงพอจนถึงเดือน ก.ค.นี้







