
ศาลสั่งกฟผ.จ่ายชดเชยเหยื่อแม่เมาะ25ล้าน
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กฟผ.ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้านแม่เมาะเหยื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กฟผ.ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้านแม่เมาะเหยื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น สั่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฝผ.) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองและการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จำนวน 131 ราย รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นเงินกว่า 25 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2546
นอกจากนี้ ศาลยังให้ กฟผ.ชดใช้ให้กับผู้เสียหายบางรายที่ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่ายื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาการฟ้องคดี
สำหรับสาระสำคัญของคำฟ้องสรุปได้ว่า กฟผ. ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ละเลยไม่ควบคุมบำบัดฝุ่นหิน ฝุ่นละออง และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งมีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในท้องที่ อ.แม่เมาะ เจ็บป่วยเป็นโรคปอดอักเสบจากฝุ่นหิน
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กฟผ.กระทำผิดโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ จึงพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง คือให้ กฟผ.จ่ายเงินค่าชดเชยให้กับผู้ป่วย
นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด ทนายความเหยื่อแม่เมาะ กล่าวว่า ผู้เสียหายจะได้รับเงินชดเชยในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยอยู่ระหว่าง 2 หมื่น-2.4 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ย
นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ กล่าวว่า แม้ชาวบ้านบางรายจะได้รับเงินเยียวยาน้อย เมื่อเทียบกับระยะเวลาการต่อสู้นานกว่า 11 ปี แต่อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ให้สาธาณชนรับรู้ไว้ว่าเกิดผลกระทบขึ้นกับคนใน อ.แม่เมาะ จริง
ด้าน นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวว่า น้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดและพร้อมดำเนินการจ่ายเงินชดเชยโดยเร็วที่สุด
"คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นการยุติปัญหาในอดีตและนับเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างความร่วมมือกับชุมชนซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านของเรามานานกว่า 30 ปีต่อไป" นายสหรัฐ กล่าว
นายสุวิทย์ เชยอุบล อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความ กล่าวว่า ชาวบ้านต้องต่อสู้ในคดีนี้กว่า 10 ปี และมีผู้เสียชีวิตในระหว่างการต่อสู้ข้อพิพาทไปร่วม 15 คนแล้ว







