"มาร์ค"ขอบคุณ"บิ๊กตู่แก้กม.ก่อนเปิดสัมปทาน
อภิสิทธิ์ ขอบคุณ นายกฯ แก้กฎหมายก่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 หวัง รัฐ-ประชาชน จับมือแก้กฎหมาย ปิดจุดอ่อน เปิดทางเลือกให้ประเทศ
อภิสิทธิ์ ขอบคุณ นายกฯ แก้กฎหมายก่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 หวัง รัฐ-ประชาชน จับมือแก้กฎหมาย ปิดจุดอ่อน เปิดทางเลือกให้ประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ ชะลอการเปิดสัมปทาน ปิโตรเลียม รอบที่21 จนกว่าจะมีการแก้ไขกฏหมาย กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯที่รับฟังเหตุผลของภาคประชาชน และหาทางออกที่ตอบโจทย์ทุกด้านคือ แก้จุดอ่อนของกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการกระทบต่อความมั่นคง ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่รัฐจะทำงานร่วมกับภาคประชาชนเพื่อผลักดันให้การแก้กม.ออกมาดีและเร็ว โดยหวังว่าจะสามารถรักษาบรรยากาศที่ดีต่อกันได้ ซึ่งจะทำให้ก้าวพ้นความขัดแย้งในประเด็นเรื่องนี้ได้ และเป็นก้าวสำคัญไปสู่การปฏิรูปด้วย แต่ต้องมีความต่อเนื่องซึ่งตนจะติดตาม แต่ที่ไม่ร่วมเป็นกรรมการเพราะทราบดีว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากตนเป็นนักการเมือง
นายอภิสิทธิ์ ยังชี้ถึงประเด็นที่ควรแก้ไขในกฎหมาย ว่า หลายประเด็นภาคราชการไม่ปฏิเสธ และบางเรื่องระบุชัดว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล สิ่งที่ควรทำคือ 1. ปิดจุดอ่อนของระบบปัจจุบัน ด้วยการเพิ่มอำนาจร่อรองภาครัฐ ทำให้การจัดการพลังงาน รัฐได้ประโยชน์สูงสุด 2. ปะโยชน์ที่ได้มา ต้องจัดสรรให้เป็นธรรมต่อประชาชน 3. ดุแลคุ้มครองสิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 4. เพิ่มทางเลือกให้รัฐ สามารถใช้ระบบอื่นนอกจากสัมปทานได้ อย่างน้อยในปี 2565 ที่จะต้องมีการเปิดสัมปทานอีกก็จะทำให้ประเทศมีทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยไม่ใช่ตั้งต้น ให้สัมปทานอย่างเดียว
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีฯเรียกร้องให้คนที่เคลื่อนไหวร่วมรับผิดชอบหาก การชะลอสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21 กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าทุกคนที่ทักท้วงเรื่องนี้ มีเจตนาดี บนสมมุติฐานที่เป็นเหตุ เป็นผล จึงมั่นใจว่าถ้านายกฯแก้ไขกฏหมาย ได้ในเวลาไม่กี่เดือน ไม่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน แต่ต้องบริหารจัดการและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริง ด้วยการให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนด้วยว่า แปลงที่จะเปิดสัมปทานรอบที่21 ว่าๆไม่ได้มีปริมาณมากและปัจจุบันมีการนำเข้าพลังงานอยู่แล้ว การเปิดสัมปทานรอบนี้แม้แต่ราชการก็คาดการณ์ว่า จะได้ปริมาณไม่มาก เพราะในรอบ 19-20 ได้ค่อนข้างน้อย อีกทั้งแปลงที่จะทำในรอบที่ 21 คือแปลงที่เอกชนเคยสำรวจแล้ว และคืนกลับมาเพราะเห็นว่าไม่คุ้ม หรือ ไม่พบแหล่งปิโตรเลียม แต่วันนี้ อาจมีเทคโนโลยีใหม่และต้นทุนที่เปลี่ยนจึงต้องการสำรวจซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่า แปลงนี้จะไม่ได้พลังงานที่มากอยู่แล้วหลังจากนี้อยากให้ราชการร่วมกับขับเคลื่อนร่วมกับประชาชนโดยตนพร้อมให้ข้อมูลกับสังคม และให้คำปรึกษากับทุกฝ่าย







